梵净山 เขาฟานจิ้ง เป็นภูเขาที่มีรูปทรงแปลกประหลาด คล้ายๆกับเห็ดโคน บริเวิณโดยรอบมีสภาพอากาศที่แปลกประหลาด ดั่งคำกล่าวว่า 1 วัน 4 ฤดู.โดยสถานที่นี้เป็นที่บำเพ็ญเพียรของพระโพธิสัตว์หมีเล่อ(弥勒菩萨). ความเป็นมาคร่าวๆ ก็คือ บนเขาฟานจิ้งได้มีการก่อสร้างวัดในสมัยราชวงค์ถัง แต่ได้ถูกทำลายลงไปครั้งนึง และได้มีการสร้างใหม่ใน ศตววรษที่ 16 ฉะนั้นวัดที่อยู่บนยอดที่สูงที่สุดก็คือวัดใหม่นะครับ ส่วนวัดเก่าจะอยู่ยอดที่ต่ำลงมา
++ รายละเอียดเพิ่มเติมของ “เขาฟานจิ้ง-梵净山” ++
ในเช้าของวันที่ 5 พวกเราได้ออกเดินทางกันแต่เช้า โดยแพลนว่าไปเช้าเย็นกลับได้นะครับ ระยะทาง จากเมืองโบราณเฟิ่งหวง ถึง เขาฟานจิ้ง จะแค่ประมาณไม่ถึง 200 กม. ถ้าเราเช่ารถขึ้นทางด่วน จะใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. แต่ถ้าไปทางรถโดยสารจะต้องไปลงที่เมือง “ถงเหริน-铜仁” เพื่อต่อรถไปยังเขาฟานจิ้งที่เมือง “เจียงโค่ว-江口” กันนะครับ เมืองเจียงโค่วจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพุทธะประจำมณฑลกุ้ยโจวไปเลย
บริเวณทางเข้าก่อนถึงประตูใหญ่ ยังมีความเป็นธรรมชาติมากๆ
และสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยว อาจเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ไม่ได้รับการโปรโมทที่ดีพอ ทำให้ช่วงเทศกาลคนมาแค่ “หลักพัน” ช่วงปกติที่ผมไปคนมาแค่ “หลักร้อย” วันที่ผมไปนับได้คร่าวๆ ไม่เกิน 400 คนที่ขึ้นลงและสวนทางกันไป ซึ่งต้องบอกว่าดีมากๆเลยครับ ทั้งสวยทั้งคนน้อย
ราคาบัตรเข้ารวมรถเข้ารถกระเช้าขึ้นลง ทั้งหมดก็ 290 หยวนนะครับ จะไปอยู่บนเขาสักอาทิตย์นึงก็ไม่มีใครว่านะครับ
เส้นทางเข้าไปนั้นคดเคี้ยวเลี้ยวลดพอๆกับใจมนุษย์เลยครับ!ใช้เวลานั่งรถ 15-20 นาที
มีคนชี้เป้ากระเช้าที่น่ากลัวที่สุดในโลกแล้วนะครับ ใจไม่แข็งอย่ามาขึ้น
กระเช้าขึ้นเขาฟานจิ้งนั้น ปกติจะใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงคือ 40 นาทีขึ้นไปครับ เพราะว่าลมแรงมาก และ หมอกก็หนามาก พอทะลุผ่านชั้นหมอกมาได้ ลมก็เริ่มปะทุ ทำให้ตัวกระเช้าแกว่งไปมาอย่างรุนแรง จนทุกๆคนที่นั่งไปด้วยตัวสั่นกันเป็นแถว (เป็นเรื่องปกติของเขาลูกนี้ครับผม)
เขาฟานจิ้ง นั้นคือยอดเขาหลักของเทือกเขาอู่หลิงหยวน ที่พาดยาวมาตั้งแต่ เมืองจางเจียเจี้ย นั่นละครับ สถานที่แห่งนี้ นอกจากหินแปลกแล้ว ยังมีอากาศแปลกอีก เช้าหนาว กลางวันร้อน ฝนตก หมอกลงหนาทุก 5 นาที บางวันลูกเห็บตก และ ยังพบเห็นทะเลหมอกได้ทั้งวัน โดย 1 ปี จะมีทะเลหมอก 10 เดือน เดือน 7-8 จะเป็นเดือนที่ฟ้าเปิดที่สุด เดือน 4-5 เป็นช่วงที่กุหลาบพันปีจะบานเต็มภูเขา
แนวหินแปลกๆ และทะเลหมอกพบได้ทั่วไปตามเขาฟานจิ้ง
แอดมินอาจจะไม่ได้ไปจนทั่วบนภูเขานะครับ เพราะต้องคอยดูแล ทุกๆ คนเพราะอากาศแปรปรวนเป็นอย่างมาก จึงเลือกเดินขึ้นไปทาง จุดหินเห็ดกันก่อน ซึ่งทางเดินทำไว้ดีแต่ เดินกันขาลากเลยครับ
จากจุดหินเห็น จะมองเห็นยอดเขาหลักจากที่ไกลๆ
รูปทั้งหมดที่ถ่ายมา มีระยะเวลาเว้นช่วงไม่เกิน 5 นาทีจะเห็นได้ว่าอากาศแปรปรวนเป็นอย่างมากเลยครับ
บริเวณจุดถ่ายภาพหินเห็ด ต้องใช้ความระมัดระวังกันเป็นอย่างสูงนะครับเพราะลมแรง และรอบเป็นเหวซึ่งมีแค่ โซ่เหล็กกั้นไว้
บริเวณใกล้ๆหินก้อนนี้จะมีถ้ำชื่อว่า “ถ้ำเก้ากษัตริย์-九皇洞”
บริเวณถ้ำแห่งนี้เป็นจุดที่ไม่มีลมเลยสักนิด และจะมีพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์องค์เล็กๆ อยู่ด้วย
ความสูงที่ 2318 เมตร แต่ถ้าวางโทรศัพท์เอาไว้ ก็ปลิวไปกับสายลมครับ
ตรงจุดๆนี้เป็นจุดถ่ายรูปที่ขึ้นชื่อ คือตัวเราต้องไปยืนตรงแหลมที่ยื่นออกไปแล้วหันกลับมาถ่ายรูปนะครับ
ก็จะได้ภาพมุมแบบนี้มา แต่ก็ต้องเสี่ยงเอาการเพราะลมแรงมากครับ พลาดไปนิดเดียวก็อดกลับบ้านละครับ นอนยาวๆที่เขาฟานจิ้งครับผม
จากจุดหินรูปเห็ดจะมีทางเดินลงไปยังตีนเขา ของทางที่จะขึ้นไปยังบริเวณยอดเขาหลักกันนะครับ
ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ บ่ายสองโมงเย็น แต่หมอกก็ยังผุดออกมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยนะครับ
ด้านบนยอดเขามีการสร้างวัดอยู่สองแห่ง และ มีสะพานข้ามเหวระหว่างยอดเล็กๆอยู่ด้วยนะครับ แต่รอบนี้แอดมินไม่มีเวลาเหลือพอที่จะขึ้นไปถ่ายมาให้ชมกันนะครับ
จากนั้นไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่ากระเช้าจะให้บริการถึง 4 โมงเย็นเท่านั้นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้พวกเราต้องรีบจากสถานที่นี้ซะแล้ว
ตามทางเดินลงก็จะมีพระพุทธรูปให้เราได้สักการะ ตลอดทางนะครับ
เราออกจากจา บริเวณเขาฟานจิ้ง กันเวลาประมาณ 18.00 น. และถึงหมู่บ้านเฟิ่งหวงตอนเวลาประมาณ 20.00 น. บริเวณทางออกของเขาฟานจิ้ง จะมีหมู่บ้านที่สร้างใหม่เพื่อให้นักท่องเที่ยวแวะลงไปเยี่ยมชม
สถานที่พักในคืนที่ 4 และ 5 ก็คือบริเวณริมน้ำของเมืองโบราณเฟิ่งหวงชื่อว่า “凤凰邂逅客栈-เฟิ่งหวงเซี่ยโฮ้วเค่อจั้น(แปลว่าพบกันโดยบังเอิญ)” เจ้าของรักคนไทยมากนะครับ
ผนังสังเกตดีๆ มีภาษาไทยอยู่เต็มเลยนะครับ
ในเช้าวันที่ 6 เราได้ลาจากหมู่บ้านเฟิ่งหวงออกมา ปลายทาง “มหานครฉางซา” ที่พักจะอยู่ใกล้ๆกับสนามบิน แต่ด้วยระยะทาง 500 กม. ทำให้วันนี้ทั้งวันเรียกได้ว่าอยู่กันแต่บนรถ
วันที่ 7 วันสุดท้ายของการเดินทางก็ไม่มีอะไรมากแล้วครับมุ่งหน้าสู่สนามบินแห่งเมืองฉางซา มุ่งหน้ากลับ ดอนเมือง
- รีวิว :: ทริปหูหนาน(20-26/10/2016) ตอน1:กว่าจะถึงอู่หลิงหยวน(武陵源)มันต่างกับจางเจียเจี้ย(张家界)อย่างไร
- รีวิว :: ทริปหูหนาน(20-26/10/2016) ตอน2:ตะลุยเที่ยวจนครบอู่หลิงหยวน(武陵源)และจางเจียเจี้ย(张家界)
- รีวิว :: ทริปหูหนาน(20-26/10/2016) ตอน3:ประตูสวรรค์-เทียนเหมินซาน(天门山)/เมืองโบราณเฟิ่งหวง(凤凰古城)