ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปหูหนาน(20-26/10/2016) ตอน4:เขาฟานจิ้ง(梵净山)ภูเขาทรงเห็ดเขาแห่งพุทธะ

เขาฟานจิ้ง ฟานจิ้งซาน

梵净山 เขาฟานจิ้ง เป็นภูเขาที่มีรูปทรงแปลกประหลาด คล้ายๆกับเห็ดโคน บริเวิณโดยรอบมีสภาพอากาศที่แปลกประหลาด ดั่งคำกล่าวว่า 1 วัน 4 ฤดู.โดยสถานที่นี้เป็นที่บำเพ็ญเพียรของพระโพธิสัตว์หมีเล่อ(弥勒菩萨). ความเป็นมาคร่าวๆ ก็คือ บนเขาฟานจิ้งได้มีการก่อสร้างวัดในสมัยราชวงค์ถัง แต่ได้ถูกทำลายลงไปครั้งนึง และได้มีการสร้างใหม่ใน ศตววรษที่ 16 ฉะนั้นวัดที่อยู่บนยอดที่สูงที่สุดก็คือวัดใหม่นะครับ ส่วนวัดเก่าจะอยู่ยอดที่ต่ำลงมา

++ รายละเอียดเพิ่มเติมของ “เขาฟานจิ้ง-梵净山” ++


ในเช้าของวันที่ 5 พวกเราได้ออกเดินทางกันแต่เช้า โดยแพลนว่าไปเช้าเย็นกลับได้นะครับ ระยะทาง จากเมืองโบราณเฟิ่งหวง ถึง เขาฟานจิ้ง จะแค่ประมาณไม่ถึง 200 กม. ถ้าเราเช่ารถขึ้นทางด่วน จะใช้เวลาไม่ถึง 2 ชม. แต่ถ้าไปทางรถโดยสารจะต้องไปลงที่เมือง “ถงเหริน-铜仁” เพื่อต่อรถไปยังเขาฟานจิ้งที่เมือง “เจียงโค่ว-江口” กันนะครับ เมืองเจียงโค่วจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งพุทธะประจำมณฑลกุ้ยโจวไปเลย

บริเวณทางเข้าก่อนถึงประตูใหญ่ ยังมีความเป็นธรรมชาติมากๆ

จุดร้านขายข้าว จะมีสะพานให้เดินเล่น

และสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของสถานที่แห่งนี้ก็คือ จำนวนนักท่องเที่ยว อาจเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ไม่ได้รับการโปรโมทที่ดีพอ ทำให้ช่วงเทศกาลคนมาแค่ “หลักพัน” ช่วงปกติที่ผมไปคนมาแค่ “หลักร้อย” วันที่ผมไปนับได้คร่าวๆ ไม่เกิน 400 คนที่ขึ้นลงและสวนทางกันไป ซึ่งต้องบอกว่าดีมากๆเลยครับ ทั้งสวยทั้งคนน้อย

จุดนี้คือประตูขายตั๋วพร้อมทางเข้านะครับ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว 4A แต่คุณภาพให้ไป 6A เลย

ราคาบัตรเข้ารวมรถเข้ารถกระเช้าขึ้นลง ทั้งหมดก็ 290 หยวนนะครับ จะไปอยู่บนเขาสักอาทิตย์นึงก็ไม่มีใครว่านะครับ

พอเราเข้าไปแล้วยังไม่ถึงตีนเขานะครับ ต้องนั่งรถเข้าไปอีกประมาณ 10 กม. ระหว่างทางถ้าเดินเข้าไปเองมีจุดให้แวะชมอีกเยอะมากมาย

เส้นทางเข้าไปนั้นคดเคี้ยวเลี้ยวลดพอๆกับใจมนุษย์เลยครับ!ใช้เวลานั่งรถ 15-20 นาที

มีคนชี้เป้ากระเช้าที่น่ากลัวที่สุดในโลกแล้วนะครับ ใจไม่แข็งอย่ามาขึ้น

ระหว่างทางขึ้นจะมองอะไรไม่เห็นเลยนะครับเพราะหมอกจะลงหนามาก
พอพ้นหมอกมาได้ ความน่ากลัวก็มาเยือนครับผม

กระเช้าขึ้นเขาฟานจิ้งนั้น ปกติจะใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงคือ 40 นาทีขึ้นไปครับ เพราะว่าลมแรงมาก และ หมอกก็หนามาก พอทะลุผ่านชั้นหมอกมาได้ ลมก็เริ่มปะทุ ทำให้ตัวกระเช้าแกว่งไปมาอย่างรุนแรง จนทุกๆคนที่นั่งไปด้วยตัวสั่นกันเป็นแถว (เป็นเรื่องปกติของเขาลูกนี้ครับผม)

ป้ายบอกถึงสัตว์ใกล้สูญพันธุ์บนเขาลูกนี้ “ลิงขนทอง”

เขาฟานจิ้ง นั้นคือยอดเขาหลักของเทือกเขาอู่หลิงหยวน ที่พาดยาวมาตั้งแต่ เมืองจางเจียเจี้ย นั่นละครับ สถานที่แห่งนี้ นอกจากหินแปลกแล้ว ยังมีอากาศแปลกอีก เช้าหนาว กลางวันร้อน ฝนตก หมอกลงหนาทุก 5 นาที บางวันลูกเห็บตก และ ยังพบเห็นทะเลหมอกได้ทั้งวัน โดย 1 ปี จะมีทะเลหมอก 10 เดือน เดือน 7-8 จะเป็นเดือนที่ฟ้าเปิดที่สุด เดือน 4-5 เป็นช่วงที่กุหลาบพันปีจะบานเต็มภูเขา


แนวหินแปลกๆ และทะเลหมอกพบได้ทั่วไปตามเขาฟานจิ้ง

ทะเลหมอก ที่ปรากฏออกมาทั้งวัน

แอดมินอาจจะไม่ได้ไปจนทั่วบนภูเขานะครับ เพราะต้องคอยดูแล ทุกๆ คนเพราะอากาศแปรปรวนเป็นอย่างมาก จึงเลือกเดินขึ้นไปทาง จุดหินเห็ดกันก่อน ซึ่งทางเดินทำไว้ดีแต่ เดินกันขาลากเลยครับ


จากจุดหินเห็น จะมองเห็นยอดเขาหลักจากที่ไกลๆ

รูปทั้งหมดที่ถ่ายมา มีระยะเวลาเว้นช่วงไม่เกิน 5 นาทีจะเห็นได้ว่าอากาศแปรปรวนเป็นอย่างมากเลยครับ

บริเวณจุดถ่ายภาพหินเห็ด ต้องใช้ความระมัดระวังกันเป็นอย่างสูงนะครับเพราะลมแรง และรอบเป็นเหวซึ่งมีแค่ โซ่เหล็กกั้นไว้

จุดนี้ละครับที่หลายๆคนมารุมแย่งที่กันจนเกือบจะตบกันและ
หลายๆจุดอันตราย อย่าเดินซี้ซั้วะนะครับ

บริเวณใกล้ๆหินก้อนนี้จะมีถ้ำชื่อว่า “ถ้ำเก้ากษัตริย์-九皇洞”

บริเวณถ้ำแห่งนี้เป็นจุดที่ไม่มีลมเลยสักนิด และจะมีพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์องค์เล็กๆ อยู่ด้วย

ความสูงที่ 2318 เมตร แต่ถ้าวางโทรศัพท์เอาไว้ ก็ปลิวไปกับสายลมครับ

ตรงจุดๆนี้เป็นจุดถ่ายรูปที่ขึ้นชื่อ คือตัวเราต้องไปยืนตรงแหลมที่ยื่นออกไปแล้วหันกลับมาถ่ายรูปนะครับ

จุดๆนี้ไปต่อไม่ได้แล้วนะครับเป็นเหวหมดแล้ว

ก็จะได้ภาพมุมแบบนี้มา แต่ก็ต้องเสี่ยงเอาการเพราะลมแรงมากครับ พลาดไปนิดเดียวก็อดกลับบ้านละครับ นอนยาวๆที่เขาฟานจิ้งครับผม

ขณะถ่ายภาพนี้ ขามันสั่นมากกกกก

จากจุดหินรูปเห็ดจะมีทางเดินลงไปยังตีนเขา ของทางที่จะขึ้นไปยังบริเวณยอดเขาหลักกันนะครับ

ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ บ่ายสองโมงเย็น แต่หมอกก็ยังผุดออกมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเลยนะครับ

บริเวณนี้เป็นจุดตีนเขาที่จะขึ้นไปเขาหลักนะครับ
ในเวลาเพียงไม่นานแต่สภาพอากาศก็แปรเปลี่ยนไปหลายรอบแล้วครับ

ด้านบนยอดเขามีการสร้างวัดอยู่สองแห่ง และ มีสะพานข้ามเหวระหว่างยอดเล็กๆอยู่ด้วยนะครับ แต่รอบนี้แอดมินไม่มีเวลาเหลือพอที่จะขึ้นไปถ่ายมาให้ชมกันนะครับ

วัดบริเวณตีนเขา

จากนั้นไม่นาน ทางเจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่ากระเช้าจะให้บริการถึง 4 โมงเย็นเท่านั้นเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้พวกเราต้องรีบจากสถานที่นี้ซะแล้ว

ภาพก่อนไป สังเกตรอบๆตัวเขาจะมีบันไดให้ขึ้นไปได้นะครับ

ตามทางเดินลงก็จะมีพระพุทธรูปให้เราได้สักการะ ตลอดทางนะครับ

ได้เวลาขึ้นกระเช้าลงกันแล้วสิเนี่ย

เราออกจากจา บริเวณเขาฟานจิ้ง กันเวลาประมาณ 18.00 น. และถึงหมู่บ้านเฟิ่งหวงตอนเวลาประมาณ 20.00 น. บริเวณทางออกของเขาฟานจิ้ง จะมีหมู่บ้านที่สร้างใหม่เพื่อให้นักท่องเที่ยวแวะลงไปเยี่ยมชม 

ที่พักในคืนที่ 4 และ 5

สถานที่พักในคืนที่ 4 และ 5 ก็คือบริเวณริมน้ำของเมืองโบราณเฟิ่งหวงชื่อว่า “凤凰邂逅客栈-เฟิ่งหวงเซี่ยโฮ้วเค่อจั้น(แปลว่าพบกันโดยบังเอิญ)” เจ้าของรักคนไทยมากนะครับ

ผนังสังเกตดีๆ มีภาษาไทยอยู่เต็มเลยนะครับ


ในเช้าวันที่ 6 เราได้ลาจากหมู่บ้านเฟิ่งหวงออกมา ปลายทาง “มหานครฉางซา” ที่พักจะอยู่ใกล้ๆกับสนามบิน แต่ด้วยระยะทาง 500 กม. ทำให้วันนี้ทั้งวันเรียกได้ว่าอยู่กันแต่บนรถ

กว่าจะถึงที่พักก็ค่ำมืดเลย
บริเวณที่พักมีห้างสรรพสินค้าและร้านค้ามากมายโดยเฉพาะร้านอาหาร
สภาพห้องก็ใช้ได้นะครับ
เป็นห้องชุด มีครบครัวเล็กๆก็มี

วันที่ 7 วันสุดท้ายของการเดินทางก็ไม่มีอะไรมากแล้วครับมุ่งหน้าสู่สนามบินแห่งเมืองฉางซา มุ่งหน้ากลับ ดอนเมือง


บรรยากาศภายในสนามบินที่เมืองฉางซา
คิดถึงเมืองไทย

Exit mobile version