ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปหวงซาน(5-12/1/2017) ตอนที่3:เขาหวงซานราชาแห่งขุนเขา(下)

หวงซาน เขาหวงซาน ท่องเที่ยวเขาหวงซาน

บนเขาหวงซานวันที่ 2 ในวันแรกนั้นหมอกลงหนาในตอนเย็นและค่ำ แอดมินจึงขี้เกียจตื่นมารอดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่พี่ๆคนอื่นตื่นมาดูบอกว่าท้องฟ้าเปิด สายๆ แอดมินจึงออกมาดูมั่ง

ท้องฟ้าเปิด? แล้วรึ?

ตามนี้เลยครับ เปิดโครตๆสายๆนี่มองทางไม่เห็นอีกแล้ว

กำหนดการคร่าวๆในวันนี้ มีระยะการเดินทาง ต่ำๆ คือ 8 กม.บนเขาหวงซานครับ โดยที่พักเราพักที่เดียวกันตลอด 2 คืนเลย จุดหมายขั้นต่ำก็คือ “ยอดเขาหวงหมิง(光明顶)” ซึ่งเป็นจุดที่สุงที่สุดบนเขาหวงซานแล้วครับ โดยในวันนี้ พี่ใหญ่กับลูกสาวจะขอตัวลงไปพักที่ “เมืองทางโค่ว” ก่อนนะครับ โดยเมื่อเวลาสายๆ ก็ได้เวลาออกเดินทาง พอเราเดินมาถึงจุดขึ้น “ยอดดอกบัว-莲花峰” เท่านั้นละครับ หมอกก็เริ่มหายไป

สิ่งที่มาเมื่อหมอกหายไป
ต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นแรกที่จับตัวเป็นน้ำแข็งนะครับ

ต้นไม้ต้นนี้โดยรุมทึ้งแหลกหาญเลยครับ แต่นับจากบริเวณนี้ ด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงเมื่อวาน มาพบปะกับหมอกหนาเข้าไป สภาพเลยเนียนแบบนี้ครับ

ต้นไม้บริเวณรอบๆก็เริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็ง
น้ำแข็งเกาะหนามากเพราะเมื่อวานฝนตกหนัก
เตรียมตัวเดินทางต่อ

ด้านหน้าก็คือจุดลงบันไดยาวแล้วครับ นั่นก็คือจุดที่เมื่อวานเดินทาไปถึงเป็นจุดสุดท้ายเรียกว่า “บันไดเมฆร้อยขั้น-百步云梯”

เตรียมเดินทางไกลกันอีกและ
หมอกเริ่มกลับมาจนมองทางไม่เห็นอีกแล้วครับ

โดยด้านหน้าจะมีทางแยกซึ่งขาไปและขากลับเราจะสามารถเดินไม่ทับเส้นทางเดิมได้นะครับ

ซึ่งตัวแอดมินก็แน่นอนละครับ เดินทางที่ไม่มีคนเดินไปครับ

ข้อดีของการเดินเส้นทางด้านล่าง(ไม่มีคนเดิน)คนเดินเส้นทางด้านบนกันหมด ข้อดีก็คือถ่ายรูปสบายครับ

บรรยากาศตามรายทางครับ

จากจุดเส้นทางด้านล่างที่ผมเลือกนั้น เป็นทางลัดครับจุดหมายที่ “ยอดกวงหมิง-光明顶”

ต้นไม้บางต้นยังไม่เปลี่ยนเป็นสีขาวนะครับ

แต่ต้นข้างๆ ขาวโพลนเลยครับผม

ระหว่างทางไป(ทางลัดคนเดินไม่เกิน 15 คน) มีบ่อน้ำสวยๆด้วยนะครับ

โดยเมื่อเจอแยก จะมีเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ให้เดินไปทางซ้ายนะครับ(ขวากลับไปทางเดินแต่เป็นเส้นบน) สังเกตง่ายๆ ครับเลี้ยวซ้ายไปจะเจอ “โรงแรมไป๋อวิ๋น-白云宾馆” สู้โรงแรมที่พวกผมอยู่ไม่ได้ครับ หึหึ! จากตรงนั้นมีเนินปีนขึ้นไป แน่นอนครับ ด้านบนก็คือ “ยอดกวงหมิง-光明顶”

ตึกที่มีลูกกลมๆ ส่งสัญญาณดาวเทียมนั่นละครับ เป็นทั้งหอเรดาห์ และ ที่พัก “ที่พัก ณ ยอดกวงหมิง-光明顶山庄” ระหว่างทางจะมี ศาลาให้พักด้วยนะครับ 

***เกร็ดแนะแนว***
จากจุดทางแยกที่ “โรงแรมไป๋อวิ๋น” นั้น จะมีทางแยกให้เดินไปขึ้น รถรางพาเที่ยวชม “แกรนแคนยอนซีไห่-西海大峡谷”
จากจุด “ยอดกวงหมิง” นั้นจะมีทางแยกไป “แกรนแคนยอนซีไห่-西海大峡谷” โดยทางเท้า กับ ไปทาง “เป่ยไห่-北海” ซึ่งมีจุดขึ้นลงกระเช้าอีกจุด และทางแยกอีกทางก็คือไปยังจุด ขึ้นลงกระเช้าที่คลาสสิค “อวิ๋นกู่(หลังเขา)-云谷”

จุดถ่ายภาพ ณ ยอดกวงหมิง
รอบๆจุดตั้งกล้องถ่ายภาพ จะมีคนเอาพวงกุญแจมีคล้อง รอบๆโซ่

แอดมินได้ไปเข้าส้วมที่ “โรงแรมกวงหมิง” (เข้าทุกโรงแรมครับ) ผลที่ได้คือสะอาดสู้ส้วมที่โรงแรม “อวี้ผิง” ที่เราพักไม่ได้เลย(เชียร์สุดใจ)
จากนั้นหิมะได้เริ่มโปรยปรายลงมา ณ ยามเที่ยง

ณ ตอนแรกแอดมินกะจะเข้าไปเก็บภาพของ ซีไห่มาแล้วครับ แต่มีบางคน(ไม่เอ่ยนามนะ หึหึ!) เดินไม่ไหว เดินเป็นหมีและ กลัวจะเดินกลับอีก 4-5 กม.ไม่ไหว เลยต้องยอมตัดใจ แต่ขากลับ จะเปลี่ยนเส้นทางเดิม ซึ่งโหดกว่าเดิมนะจ๊ะ

เส้นทางใหม่ที่เลือกเดินกลับ สวยครับ!

เป้าหมายของเส้นทางนี้ ก็คือจุดที่เขาเรียกว่า “เอ้าหวี-鳌鱼” ซึ่งแปลตรงตัวว่า ปลามังกร คือตัวเป็นปลาหัวเป็นมังกร ค้นหาจากทางรูปภาพผ่านทาง google ได้นะครับ แต่ว่ารูปร่างตัวปลากรนั้นจะเป็นเช่นไร หนทางยังอีกยาวไกลครับ

เพียงไม่กี่ชั่วโมง ต้นไม้ทั้งหลายบนภูเขาก็เปลี่ยนสีทันตาเห็น

บริเวณที่เราจะเดินทางไปนั้นเรียกว่าหลังปลานะครับ (鳌鱼背)
ไม่ใช่ปลาธรรมดานะครับ ปลาหัวมังกรด้วย

เกร็ดน้ำแข็งใสเริ่มเกาะตัวบริเวณกิ่งก้านสาขาของต้นไม้

ตั้งแต่บริเวณจุดนี้เป็นไปต้นไปก็คือหลังปลามังกรแล้วครับ ลองดูรูปต่อไปนะครับ

ตัวเบ้อเริ่มเลยครับ ปลาชนิดนี้

เบ้อเริ่มเทิ่ม หลังปลาปีนขึ้นไปได้นะครับ

บนหลังปลาซึ่งจัดเป็นจุดที่สูงเอาการนั้นต้นไม้จับตัวเป็นน้ำแข็งทั้งหมดเลยครับ
No Comment ใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านข้างหลังต้นไม้ต้นนี้ก็เป็นหน้าผายาวเลยครับ
บรรยากาศแบบนี้ แสดงถึงนัยยะสำคัญบางประการ

หลังจากเลยเวลาเที่ยงมาได้ไม่นานนัก ก็มีลมแรงมหาศาลพัดมา จากท้องฟ้าที่แสงส่องไม่ถึง แดดก็เริ่มทะลุก้อนเมฆมาได้แล้ว

ต้นไม้เมื่อต้องกับแสงอาทิตย์ เกิดเป็นสีแดงขาวสลับกัน
พระอาทิตย์ออกมายามเที่ยงวันแล้ว

ช่วงนี้เป็นช่วงฟ้าเปิดหลังจากน้ำแข็งลงมาเกาะบนตัวต้นไม้จนพอใจแล้ว แต่จะมีเวลายาวนานเท่าไหร่เราไม่อาจทราบได้

หลังจากที่หมอกจางหายไป ทิวทัศน์อันสวยงามก็ปรากฏออกมา จากจุดหัวปลานี้สามารถมองลงไปเห็นวิวด้านล่างได้หมดเลยครับ

หัวปลาจากมุมที่เรายืนอยู่บนพื้นครับ

เส้นทางขณะเดินลงจากหลังปลามังกรครับ วิวทิวทัศน์ที่มองเห็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว

จุดนี้มีชื่อว่า “ถ้ำปลามังกร-鳌鱼洞”

ลอดถ้ำครับ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต “งานมโนก็มาครับ”

มุมระยะไกล เมื่อเมฆหมอกหายไป สังเกตุว่าต้นไม้มีน้ำแข็งจับตัวเต็มเลยนะครับ

เวลาประมาณ 14.00 น. เราถึงจะได้เห็นทิวทัศน์แบบชัดๆ สักครั้ง
เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดินกลับไปยัง โรงแรมที่อวี้ผิงแล้วครับ

โดยเราได้กลุ่มของพี่สวาส (แยกกันเดิน) พี่เขาเดินไปไม่ถึง “ยอดกวงหมิง” เราจึงบอกทางให้พี่เดินกลับไปใหม่ ซึ่งตอนเย็นน่าจะสวยสุดๆ

บรรยากาศระหว่างทางเดินกลับ

จุดทางแยกบริเวณ “บันไดเมฆร้อยขั้น” ซึ่งสามารถเดินกลับไปจากทางเส้นใหม่ได้

จุดมีชื่อของบริเวณนี้ก็คือ “หินแมว”

เมื่อทะลุทางเดินลอดถ้ำออกมาก็เจอ ท้องฟ้าที่เปิดอีกรอบนึง

ขณะนี้เป็นเวลา 15.30 น. อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกลงมาแล้ว เราได้มาอยู่ตรงจุดทางขึ้น “ยอดดอกบัว”

ฟ้าจะเปิดทุกๆ 15-20 นาทีครับ ถือเป็นการนั่งพักไปในตัว
พอฟ้าเปิดก็สวยงามตามท้องเรื่องครับ

บริเวณที่ถ่ายนี้ คือเป็นวิวเฉพาะตัวของ “พื้นที่อวี้ผิงแห่งเขาหวงซาน” เท่านั้นเลยนะครับ

ยอดที่เห็นไกลๆ นั้นเราเดินไปไม่ได้นะครับ

เวลาผ่านไปแค่ไม่นานหมอกก็กลับมาอีกแล้ว

หมอกลงหนามากจนมองอะไรแทบไม่เห็นอีกแล้ว

ผ่านไปสักพัก นั่งรอสิครับ เดินช้าๆ หรือนั่งรอก็ตามแต่ใจเลย

ภูเขาไฟฟูจิมันก็โผล่ออกมา คนละงานละ

เฮ้ยๆๆ ! ภูเขาไฟฟูจิโผล่มาที่หวงซานแล้ว สักพัก เมฆมาอีกตามเคย

บริเวณ “หินปลาโลมา-海豚石”

เหนื่อยครับ ณ เวลานี้ ไม่รู้จะเขียนอะไรดี

ขณะนี้เราใกล้จะถึงที่พักเข้าไปทุกขณะแล้ว
ยอดเขาที่ไกลที่สุด คือบริเวณด้านหลังเขาที่เรียกกันว่า “อวิ๋นกู่” ซึ่งถ้าจะเดินจากจุดหน้าเขาไป จะเป็นระยะทางประมาณ 10 กม.

จากจุดถ่ายภาพนี้ (ใกล้ๆที่พัก) สามารถมองเห็นจุดสำคัญๆ ของเขาหวงซาน ได้แทบทุกจุดเลยครับ “ภาพมุมขวาล่างนั่นก็ยอดกวงหมิง”

บริเวณจุดชมวิวด้านหน้าตัวโรงแรม

แค่ 50 เมตรจากตัวโรงแรม ก็สามารถชมวิว สวยๆได้ทั้งวันแล้วครับ

ผาหินที่ด้านล่างนั้นเป็นห้องอาหารของโรงแรมซึ่งโรงแรมได้ก่อสร้างลงไปในหน้าผา
ต้นสนรับแขกสัญลักษณ์ของเขาหวงซานในยามเย็น

ในวันนี้ พระอาทิตย์จะตกในเวลาประมาณ 17.20 น. ซึ่งทุกๆคนสามารถนั่งรอในบริเวณตัวอาคารที่พักได้ครับ

พระอาทิตย์ค่อยลาลับหายไป
อีกมุมด้านหลังของจุดถ่ายพระอาทิตย์ ตรงจุดนี้จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวยมากครับ
แต่อยู่ๆ เมฆหมอกก็เคลื่อนตัวมาบดบังอย่างรวดเร็วมากมาก

ยังคงมีแสงแห่งความหวังส่องประกายอยู่ลิบๆ

ใกล้แล้วครับ แสงแห่งความหวังของเราจะไปหมดและ
แสงหมดแล้วครับ แยกย้ายกันได้เลย

จากนั้นก็เป็นเวลาแห่งการกินอาหารครับ ห้องอาหารอยู่ด้านหลังเราเอง
ค่าใช่จ่ายตกประมาณ 70 หยวน ต่อคน ต่อมื้อครับ กินดีๆเหอะครับผม

น่ากินไหมละครับ
มื้อนี้กินครบ 5 หมู่เลยครับ(สารอาหาร)

ขณะกินอยู่นั้น แอดมินได้แอบหนีออกมาถ่ายรูปว่าขณะนั้นบรรยากาศเป็นเช่นไรแล้ว

ภาพสุดท้ายของวันนี้แล้วครับผม

เราไปดูภาพของพี่อีกกลุ่มที่แยกกันไปทางด้าน “ยอดกวงหมิง” กันดีกว่าครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง

โครตสวยเลยไหมครับ
พี่เขาถ่ายเก่งครับ
สัญลักษณ์แห่งยอดกวงหมิงครับ ตึกกวงหมิง
ยามเย็นพระอาทิตย์ตกละ แสงสีม่วงลอยมาเลย

และแล้วค่ำคืนก็มาถึง ในวันถัดไปพระอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 7.10 น. ฉะนั้น 6.30 น. เราก็ต้องออกมากันแล้วนะครับ ในวันที่ 5 ของการเดินทางเราก็ต้องจากลา เขาหวงซานกันไปแล้ว

พระอาทิตย์มาตามเวลานัดเป๊ะๆเลยครับ
ท้องฟ้าเริ่มถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน
กับภาพวาดยามเช้าที่สวยดั่งภาพวาด
คุณลุงคนนี้กำลังวาดภาพด้วยพู่กันจีน (ปล.ขาลุงแกเดินไม่ได้นะ)
เหล่าช่างภาพเข้าไปแย่งที่กันจนคนอื่นๆเข้าไปไม่ได้แล้วครับ

แอดมินใช้มือถือถ่ายรูป จึงปีนขึ้นไปจุดสูงๆได้สบายๆ

พระอาทิตย์ขึ้นล้วนๆ เลยครับ แต่เวลาคนละช่วงกันนะ!

เปลี่ยนมุมมองกันบ้างนะครับ
พอขึ้นมาขนาดนี้ก็คือใกล้ไม่สวยและครับ
ของพี่สวาสสักภาพนะครับ กล้อง ฟูลเฟรม มันดีอย่างนี้นี่เอง
ตบท้ายด้วยนี่ครับ

มีชื่อเต็มๆว่า “หินเทพ-神像石” เป็นเทพคอยปกปักษ์โรงแรมแห่งนี้ครับ(เอาฮาให้เต็มที่เลย)

ห้องอาหารของโรงแรมครับ มีทางเชื่อมกับทางไปห้องพักทางด้านหลัง
ล๊อบบี้ของโรงแรม

และแล้วเราก็คืนห้อง เตรียมลงเนินลูกผู้ชายที่สูงในขามาแล้วครับ แต่เหมือนลืมอะไรไปบางอย่างเลย

อาหารเช้าบุฟเฟ่แบบจีนๆครับ

ใช่แล้วครับลืมไปไม่ได้เด็ดขาดอาหารเช้า

เขาหวงซานเหมือนอยากจะบอกลาพวกเราเลย “ว่าอย่ากลับมาอีกนะเบื่อหน้าแล้ว”
ต้นสนส่งแขกครับ

ต้นสนยังส่งเราเลยครับ เอาวะไปก็ได้วะ ไม่ต้องมาง้อนะ บะบายหวงซาน

ขึ้นมาไม่สวยหมอกเยอะ แต่ขาลงสวย แสรดดด เลยครับ
กระเช้าสวนมาโบกมือลาจากกันแล้วนะเพื่อน

และแล้วจุดหมายถัดไปของเราก็คือ “เมืองอันแสนสวยงาม หางโจว-杭州” ครับผม


Exit mobile version