บนเขาหวงซานวันที่ 2 ในวันแรกนั้นหมอกลงหนาในตอนเย็นและค่ำ แอดมินจึงขี้เกียจตื่นมารอดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่พี่ๆคนอื่นตื่นมาดูบอกว่าท้องฟ้าเปิด สายๆ แอดมินจึงออกมาดูมั่ง
ตามนี้เลยครับ เปิดโครตๆสายๆนี่มองทางไม่เห็นอีกแล้ว
กำหนดการคร่าวๆในวันนี้ มีระยะการเดินทาง ต่ำๆ คือ 8 กม.บนเขาหวงซานครับ โดยที่พักเราพักที่เดียวกันตลอด 2 คืนเลย จุดหมายขั้นต่ำก็คือ “ยอดเขาหวงหมิง(光明顶)” ซึ่งเป็นจุดที่สุงที่สุดบนเขาหวงซานแล้วครับ โดยในวันนี้ พี่ใหญ่กับลูกสาวจะขอตัวลงไปพักที่ “เมืองทางโค่ว” ก่อนนะครับ โดยเมื่อเวลาสายๆ ก็ได้เวลาออกเดินทาง พอเราเดินมาถึงจุดขึ้น “ยอดดอกบัว-莲花峰” เท่านั้นละครับ หมอกก็เริ่มหายไป
ต้นไม้ต้นนี้โดยรุมทึ้งแหลกหาญเลยครับ แต่นับจากบริเวณนี้ ด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงเมื่อวาน มาพบปะกับหมอกหนาเข้าไป สภาพเลยเนียนแบบนี้ครับ
ด้านหน้าก็คือจุดลงบันไดยาวแล้วครับ นั่นก็คือจุดที่เมื่อวานเดินทาไปถึงเป็นจุดสุดท้ายเรียกว่า “บันไดเมฆร้อยขั้น-百步云梯”
โดยด้านหน้าจะมีทางแยกซึ่งขาไปและขากลับเราจะสามารถเดินไม่ทับเส้นทางเดิมได้นะครับ
ซึ่งตัวแอดมินก็แน่นอนละครับ เดินทางที่ไม่มีคนเดินไปครับ
ข้อดีของการเดินเส้นทางด้านล่าง(ไม่มีคนเดิน)คนเดินเส้นทางด้านบนกันหมด ข้อดีก็คือถ่ายรูปสบายครับ
จากจุดเส้นทางด้านล่างที่ผมเลือกนั้น เป็นทางลัดครับจุดหมายที่ “ยอดกวงหมิง-光明顶”
แต่ต้นข้างๆ ขาวโพลนเลยครับผม
โดยเมื่อเจอแยก จะมีเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ให้เดินไปทางซ้ายนะครับ(ขวากลับไปทางเดินแต่เป็นเส้นบน) สังเกตง่ายๆ ครับเลี้ยวซ้ายไปจะเจอ “โรงแรมไป๋อวิ๋น-白云宾馆” สู้โรงแรมที่พวกผมอยู่ไม่ได้ครับ หึหึ! จากตรงนั้นมีเนินปีนขึ้นไป แน่นอนครับ ด้านบนก็คือ “ยอดกวงหมิง-光明顶”
ตึกที่มีลูกกลมๆ ส่งสัญญาณดาวเทียมนั่นละครับ เป็นทั้งหอเรดาห์ และ ที่พัก “ที่พัก ณ ยอดกวงหมิง-光明顶山庄” ระหว่างทางจะมี ศาลาให้พักด้วยนะครับ
***เกร็ดแนะแนว***
จากจุดทางแยกที่ “โรงแรมไป๋อวิ๋น” นั้น จะมีทางแยกให้เดินไปขึ้น รถรางพาเที่ยวชม “แกรนแคนยอนซีไห่-西海大峡谷”
จากจุด “ยอดกวงหมิง” นั้นจะมีทางแยกไป “แกรนแคนยอนซีไห่-西海大峡谷” โดยทางเท้า กับ ไปทาง “เป่ยไห่-北海” ซึ่งมีจุดขึ้นลงกระเช้าอีกจุด และทางแยกอีกทางก็คือไปยังจุด ขึ้นลงกระเช้าที่คลาสสิค “อวิ๋นกู่(หลังเขา)-云谷”
แอดมินได้ไปเข้าส้วมที่ “โรงแรมกวงหมิง” (เข้าทุกโรงแรมครับ) ผลที่ได้คือสะอาดสู้ส้วมที่โรงแรม “อวี้ผิง” ที่เราพักไม่ได้เลย(เชียร์สุดใจ)
จากนั้นหิมะได้เริ่มโปรยปรายลงมา ณ ยามเที่ยง
ณ ตอนแรกแอดมินกะจะเข้าไปเก็บภาพของ ซีไห่มาแล้วครับ แต่มีบางคน(ไม่เอ่ยนามนะ หึหึ!) เดินไม่ไหว เดินเป็นหมีและ กลัวจะเดินกลับอีก 4-5 กม.ไม่ไหว เลยต้องยอมตัดใจ แต่ขากลับ จะเปลี่ยนเส้นทางเดิม ซึ่งโหดกว่าเดิมนะจ๊ะ
เป้าหมายของเส้นทางนี้ ก็คือจุดที่เขาเรียกว่า “เอ้าหวี-鳌鱼” ซึ่งแปลตรงตัวว่า ปลามังกร คือตัวเป็นปลาหัวเป็นมังกร ค้นหาจากทางรูปภาพผ่านทาง google ได้นะครับ แต่ว่ารูปร่างตัวปลากรนั้นจะเป็นเช่นไร หนทางยังอีกยาวไกลครับ
บริเวณที่เราจะเดินทางไปนั้นเรียกว่าหลังปลานะครับ (鳌鱼背)
ไม่ใช่ปลาธรรมดานะครับ ปลาหัวมังกรด้วย
ตั้งแต่บริเวณจุดนี้เป็นไปต้นไปก็คือหลังปลามังกรแล้วครับ ลองดูรูปต่อไปนะครับ
เบ้อเริ่มเทิ่ม หลังปลาปีนขึ้นไปได้นะครับ
หลังจากเลยเวลาเที่ยงมาได้ไม่นานนัก ก็มีลมแรงมหาศาลพัดมา จากท้องฟ้าที่แสงส่องไม่ถึง แดดก็เริ่มทะลุก้อนเมฆมาได้แล้ว
ช่วงนี้เป็นช่วงฟ้าเปิดหลังจากน้ำแข็งลงมาเกาะบนตัวต้นไม้จนพอใจแล้ว แต่จะมีเวลายาวนานเท่าไหร่เราไม่อาจทราบได้
หลังจากที่หมอกจางหายไป ทิวทัศน์อันสวยงามก็ปรากฏออกมา จากจุดหัวปลานี้สามารถมองลงไปเห็นวิวด้านล่างได้หมดเลยครับ
เส้นทางขณะเดินลงจากหลังปลามังกรครับ วิวทิวทัศน์ที่มองเห็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว
ลอดถ้ำครับ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต “งานมโนก็มาครับ”
มุมระยะไกล เมื่อเมฆหมอกหายไป สังเกตุว่าต้นไม้มีน้ำแข็งจับตัวเต็มเลยนะครับ
โดยเราได้กลุ่มของพี่สวาส (แยกกันเดิน) พี่เขาเดินไปไม่ถึง “ยอดกวงหมิง” เราจึงบอกทางให้พี่เดินกลับไปใหม่ ซึ่งตอนเย็นน่าจะสวยสุดๆ
จุดทางแยกบริเวณ “บันไดเมฆร้อยขั้น” ซึ่งสามารถเดินกลับไปจากทางเส้นใหม่ได้
เมื่อทะลุทางเดินลอดถ้ำออกมาก็เจอ ท้องฟ้าที่เปิดอีกรอบนึง
ขณะนี้เป็นเวลา 15.30 น. อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็จะตกลงมาแล้ว เราได้มาอยู่ตรงจุดทางขึ้น “ยอดดอกบัว”
บริเวณที่ถ่ายนี้ คือเป็นวิวเฉพาะตัวของ “พื้นที่อวี้ผิงแห่งเขาหวงซาน” เท่านั้นเลยนะครับ
เวลาผ่านไปแค่ไม่นานหมอกก็กลับมาอีกแล้ว
ผ่านไปสักพัก นั่งรอสิครับ เดินช้าๆ หรือนั่งรอก็ตามแต่ใจเลย
เฮ้ยๆๆ ! ภูเขาไฟฟูจิโผล่มาที่หวงซานแล้ว สักพัก เมฆมาอีกตามเคย
บริเวณ “หินปลาโลมา-海豚石”
เหนื่อยครับ ณ เวลานี้ ไม่รู้จะเขียนอะไรดี
จากจุดถ่ายภาพนี้ (ใกล้ๆที่พัก) สามารถมองเห็นจุดสำคัญๆ ของเขาหวงซาน ได้แทบทุกจุดเลยครับ “ภาพมุมขวาล่างนั่นก็ยอดกวงหมิง”
แค่ 50 เมตรจากตัวโรงแรม ก็สามารถชมวิว สวยๆได้ทั้งวันแล้วครับ
ในวันนี้ พระอาทิตย์จะตกในเวลาประมาณ 17.20 น. ซึ่งทุกๆคนสามารถนั่งรอในบริเวณตัวอาคารที่พักได้ครับ
ยังคงมีแสงแห่งความหวังส่องประกายอยู่ลิบๆ
จากนั้นก็เป็นเวลาแห่งการกินอาหารครับ ห้องอาหารอยู่ด้านหลังเราเอง
ค่าใช่จ่ายตกประมาณ 70 หยวน ต่อคน ต่อมื้อครับ กินดีๆเหอะครับผม
ขณะกินอยู่นั้น แอดมินได้แอบหนีออกมาถ่ายรูปว่าขณะนั้นบรรยากาศเป็นเช่นไรแล้ว
เราไปดูภาพของพี่อีกกลุ่มที่แยกกันไปทางด้าน “ยอดกวงหมิง” กันดีกว่าครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
และแล้วค่ำคืนก็มาถึง ในวันถัดไปพระอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 7.10 น. ฉะนั้น 6.30 น. เราก็ต้องออกมากันแล้วนะครับ ในวันที่ 5 ของการเดินทางเราก็ต้องจากลา เขาหวงซานกันไปแล้ว
แอดมินใช้มือถือถ่ายรูป จึงปีนขึ้นไปจุดสูงๆได้สบายๆ
พระอาทิตย์ขึ้นล้วนๆ เลยครับ แต่เวลาคนละช่วงกันนะ!
มีชื่อเต็มๆว่า “หินเทพ-神像石” เป็นเทพคอยปกปักษ์โรงแรมแห่งนี้ครับ(เอาฮาให้เต็มที่เลย)
และแล้วเราก็คืนห้อง เตรียมลงเนินลูกผู้ชายที่สูงในขามาแล้วครับ แต่เหมือนลืมอะไรไปบางอย่างเลย
ใช่แล้วครับลืมไปไม่ได้เด็ดขาดอาหารเช้า
ต้นสนยังส่งเราเลยครับ เอาวะไปก็ได้วะ ไม่ต้องมาง้อนะ บะบายหวงซาน
และแล้วจุดหมายถัดไปของเราก็คือ “เมืองอันแสนสวยงาม หางโจว-杭州” ครับผม
- รีวิว :: ทริปหวงซาน(5-12/1/2017) ตอนที่1:ดั้นด้นจนถึงหวงซาน
- รีวิว :: ทริปหวงซาน(5-12/1/2017) ตอนที่2:เขาหวงซานราชาแห่งขุนเขา(上)
- รีวิว :: ทริปหวงซาน(5-12/1/2017) ตอนที่4:ซีหู(西湖)ทะเลสาบตะวันตกแห่งเมืองหางโจว(杭州)
- รีวิว :: ทริปหวงซาน(5-12/1/2017) ตอนที่5:มหานครเซี่ยงไฮ้