ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปหวงซาน(5-12/1/2017) ตอนที่2:เขาหวงซานราชาแห่งขุนเขา(上)

หวงซาน เขาหวงซาน ท่องเที่ยวเขาหวงซาน

เช้าวันที่ 3 ของการเดินทาง ก็คือเวลาที่เราจะได้ขึ้นไปเหยียบนเขาหวงซานกันแล้วสินะ ใครที่เอาสัมภาระมาเยอะ ขอบอกเลยว่ากรุณาฝากที่เคาร์เตอร์โรงแรมนะครับ ตอนแรกแอดมินกะจะไม่ฝากเลย คิดไปคิดว่า ฝากมันเกือบหมดเลยดีกว่า ลงมาค่อยมาเอา นี่ละเหตุผลที่พักที่ “ทางโค่ว” จะได้ฝากของง่ายๆ

จะได้รับตั๋วฝากกระเป๋าสวยงามมานะครับ 
อุณหภูมิเช้านี้กำลังดีไม่รวมฝนที่สาดลงมาอย่างหนักหน่วง ร่างกายมันบอกว่า 3 องศานะครับ

ก็อย่างที่บอกกันไปครับ โรงแรมอยู่ข้างๆท่ารถเดินทาง ก็ขึ้นสบายสิครับ ค่าตั๋วรถไปกลับประมาณ 30 หยวนมั้งครับ(จำไม่ค่อยได้และ) ค่าตั๋วอุทยานอีก 150 หยวน กระเช้าขึ้นลงอีก 150 เลขสวยครับ 330 หยวนพอดีได้ตั๋วแล้วก็รีบขึ้นสิครับรออะไร

กระเช้าตอนหน้าหนาวไม่ต้องแย่งกันขึ้นครับ กระเช้าละ 3 คนก็ได้สบายมากๆ
กระเช้าเริ่มยกระดับลอยตัวขึ้นแล้ว พร้อมกับฝนที่สาดลงมาอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตก

พอขึ้นไปถึงกลางทางก็เริ่มจะมองอะไรไม่เห็นแล้วครับ ทั้งฝนทั้งหมอก ทริปนี้จะได้เห็นอะไรมั่งไหมเนี่ย

ก่อนขึ้นไปถึงด้านบนหวงซานขอคั่นจังหวะด้วยความรู้ล้วนๆ ก่อนเลยนะครับ ภาพประกอบของพี่สวาสนะครับ

1.ปัจจุบันในปี 2017 ทางขึ้นเขาหวงซานโดยกระเช้านั้นมี 3 ทาง เพื่อเป็นการกระจายรายได้แก่ชุมชน แต่เราเลือกทางคลาสสิค หน้าเขาครับ(ทางคลาสสิคจะมีหน้าเขา”ฉือกวงเก๋อ-慈光阁”และหลังเขา”อวิ๋นกู่-云谷” ทางที่เพิ่มมาคือ “เป่ยไห่-北海”)

ภาพเขาหวงซาน โดย คุณสวาส

2.จุดท่องเที่ยวหลัก ๆ มี 3 จุดใหญ่ๆ คือ “ม่านภูเขา(อวี้ผิง-玉屏)” “เป่ยไห่(北海)” “ซีไห่(ช่องหุบเขา西海)” ในทางซีไห่นั้น โรงแรมชอบบอกว่าปิดหน้าหนาว แต่เข้าไปได้ชีวิตเป็นของท่านครับ

ภาพเขาหวงซาน โดย คุณสวาส

3.ช่องเขาในซีไห่นั้นมี 3 รอบ ด้วยกัน เดินเหนื่อยลาก งวดนี้ไม่ได้ไปไม่มีภาพครับ สายถ่ายภาพไม่จำเป็นต้องไป มีรถรางแสนสะบายพาชม แต่ราคาไม่สบาย

ภาพเขาหวงซาน โดย คุณสวาส

4.ก่อนขึ้นเขาเช็คด้วยว่ากระเช้าปิดปรับปรุงไหม ช่วงหน้าหนาวเขาจะปิดปรับปรุงวนกันไป ไม่งั้นท่านอาจต้องเดินลากเลือดไปยังที่พักที่จองไว้ ไม่คุ้มนะครับ

คนถ่ายครับ พี่สวาส

5.ควรอยู่บนเขา 2 คืนขึ้นไปไม่งั้นท่านอาจไม่เจออะไรสวยๆ อากาศเปลี่ยนแปลงไว มาแล้วก็มาอยู่นานๆ ที่พักอย่าไปงกครับ นอนดีๆไปเหอะมีข้าวเช้าให้ด้วย

ภาพเขาหวงซาน โดย คุณสวาส

6.อย่าไปเชื่อใครมาก ควรเชื่อตัวเองใครบอกว่าตรงไหนห้ามเข้า หรือไม่คุ้มที่จะไป รอไปถึงเราจะได้รู้เองว่าดีไม่ดีสวยไม่สวย


กลับเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักกันแล้วนะครับทุกท่าน เมื่อเราขึ้นมายังจุดสิ้นสุดกระเช้า อีกแค่ 300 เมตรก็จะถึงที่พักแล้วครับ ทางขึ้นเขาทั้งนั้นเลย จุกเล็กๆ

แค่จุดเริ่มต้นก็สวยและ

โชคดีที่พอออกจากกระเช้าฟ้าก็เปิดพอดีเลยครับ หน้าหนาวถ้าฟ้าเปิดกรุณาหยุดเดินและรีบถ่ายภาพครับ

มุมแต่ละมุม ถึงแม้จะเป็นจุดถ่ายภาพที่เดียวกัน อารมณ์ก็ต่างกันแล้วครับผม
เนินแรกที่เราต้องฝ่าฟันเพื่อไปยังที่พักกันนะครับ

เนินแรกที่พวกเราต้องฝ่าฟันมีชื่อว่า “เนินลูกผู้ชาย-好汉坡” แต่ผู้หญิงก็ต้องปีนนะครับ

จุดถ่ายภาพที่ “เนินลูกผู้ชายครับ”

ที่พักบนหวงซานของทริปนี้ แอดมินขอเลือกที่เดียวตลอด จะไปไหนอาศัยอึดเดินเอา เพราะกระเช้าอีกด้านปิดซ่อมแซมทำให้ไม่สะดวกที่จะเดินไปลงอีกด้าน และยังมีอีกหลายเหตุผล จะค่อยๆมาบอกหรืออาจลืมบอกไปเลยก็ได้นะครับ

มุมเดียวกันแต่เวลาต่างกันแค่ 2 นาที ภาพที่ได้ก็เปลี่ยนไปแล้วครับ

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยครับ วิวเลยเปลี่ยนไว

ขณะนี้ใกล้เดินขึ้นมาถึงยังจุดที่พักแล้วนะครับ
ผาหินแกะสลัก แต่ดูไปไม่สวยสักกะนิดเดียว

ถ้ามองเห็นผาหินนี้ก็แปลว่าถึงที่พักแล้วครับ ด้านซ้ายของผาเป็นที่พัก ด้านขวาเป็นต้นสนรับแขก สัญลักษณ์ของหวงซาน

ภาพถ่ายมุมกว้างบริเวณเรียบหน้าผาด้านหน้าที่พัก

ในระหว่างรอทำความสะอาดห้องเพื่อเข้าพักนั้น ก็มีเวลาว่าง ประมาณ 90 นาที โดยที่พักที่เราพักนั้น ในส่วนตัวรู้ว่าสะอาดและดีเป็นอันดับ 1-2 ของเขาหวงซานเลยครับ ที่พักมีชื่อว่า “อวี้ผิงโหลวปินกวั่น-玉屏楼宾馆” ดีพอๆกัน “ซีไห่ฟั่นเตี้ยนเป่ยโหลว-西海饭店(北楼)” เลยครับผม แค่อยู่กันคนละด้าน ส่วนโรงแรมอื่น งั้นๆครับ

อีกมุมบริเวณด้านหน้าที่พักครับ

และแล้วฝนก็เทกระจาดลงมา กว่าจะหยุดตกคงเวลาบ่ายๆ ครับ ได้เวลาเข้าที่พักหลบฝนกันและ

ห้องนอนสะอาดแต่เล็กไปหน่อยครับ แต่อย่างว่าบนภูเขาทำได้ขนาดนี้ก็สุดยอดและครับ
ส้วมสะอาดมากมาย นอนหลับได้เลย

และเมื่อเวลา บ่าย 2 ฝนเริ่มทำท่าว่าจะหยุด (รอหยุดไม่ได้ครับเดี๋ยวไม่ได้ไปไหน ก็เตรียมตัวออกเดินทาง)

ขณะรอทุกๆคน (กลัวจะเดินหลงทาง) ก็มาถ่ายสัญลักษณ์ของหวงซานซะหน่อย

ต้นสนรับแขกนั้น สามารถถ่ายได้ทุกเวลานะครับ ความงามและอารมณ์ที่ได้จะแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ 

ชุดเตรียมออกศึก ในวันแรกต้องพกร่มไปด้วยครับ ฝนตกไม่หยุดจริงๆ

ยอดไกลๆนั้นคือยอด “เทียนตูเฟิง” หน้าหนาวปิดครับ

ถ้ามาหน้าหนาวต้องเตรียมใจที่จะไม่ได้ขึ้นยอดเขาต่างๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็น “เทียนตูเฟิง-天都峰 “เหลียนฮวาเฟิง-莲花峰” ล้วนอดขึ้นหมดนะ

วิวสองด้านในระหว่างที่กำลังจะเดินไปที่บริเวณ “เหลียนฮวาเฟิง”
บางช่วงเวลาลมพัดเอาหมอกไปหมด ก็จะเห็นภูเขาชัดเจน
เมื่อเดินมาได้สักระยะหนึ่ง หันหลังกลับไปดูก็จะเห็นจุดที่เราลงจากกระเช้ากันมาครับ และไกลๆก็คือที่พักของเราเมื่อตะกี้
ซูมเข้าไปดูจุดตั้งกระเช้าขึ้นเขาครับ
ภาพนี้เวลาถ่ายนั้นในใจต้องเฝ้ารอลมพัดพาเมฆหมอกออกไปก่อนครับ แล้วในใจก็คิดว่า มะมะมะมันมาแว้ว

จุดชมวิวทุกๆจุดจะมีชื่อเรียกมากมายครับ เช่น “海豚石-ไห่ถุนสือ-หินปลาโลมา” “犀牛望月-ซีหนิววั้งเยว่-แรดแหงนหน้าชมจันทร์” อีกเยอะครับ ก็ลองมโนรูปร่างตามๆกันไปนะครับ มีหินเต่าขี่หินปลาด้วย

หินสามพี่น้องครับ

งานนี้สายมโนจะได้เปรียบในการชมความงามครับ

หินก้อนนี้แอดมินก็จำไม่ได้ซะและ
พอหมอกกลับมาก็แทบมองอะไรไม่เห็นซะแล้วครับ

เมื่อเราเดินมาถึงบริเวณศาลาดอกบัว “เหลียนฮวาถิง-莲花亭” หมอกก็ลงหนาจนแทบจะมองไม่เห็นวิวข้างทางแล้วครับ

ทุกๆสิ่งเริ่มจะโดนเมฆหมอกกลืนกินเข้าไปหมดแล้ว
จนปลายทางก็คือมองไม่เห็นวิว และ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาในช่วงเวลา 15.30 น. ซึ่งในวันแรกจะเดินไม่เยอะเพื่อบอกทางสมาชิกคร่าวๆ แค่นั้นเองครับ

จากจุด “เหลียนฮวาเฟิง-莲花峰” เราจะเดินไปต่ออีกไม่เยอะเพื่อบอกให้สมาชิกทุกคนรู้ว่าพรุ่งนี้ควรเดินแบบไหน ไหวรึเปล่าครับ

ตรงจุดนี้เป็นบันไดขึ้นลงลากเลือดเลยครับมีชื่อว่า “บันไดเมฆร้อยก้าว(ต่ำๆเดินร้อยขั้น)百步云梯”
ด้านล่างของบันไดเส้นนี้เป็นจุดถ่ายภาพพระอาทิตย์ที่สวยงามมากมายอีกจุดหนึ่ง

หมอกไม่รู้ว่ามาจากไหนซัดเอาซัดเอากับเวลาประมาณ 17.00 น.

แต่อนิจจาหมอกมาขนาดนี้อย่าว่าแต่พระอาทิตย์เลยครับ คนเดินข้างหน้าก็แทบจะไม่เห็นแล้ว

วันแรกบนเขาหวงซาน เหมือนจะยังไม่เต็มที่เท่าไหร่นะครับเจอทั้งหมอกทั้งฝน แต่ทว่าสภาพอากาศอย่างนี้ละครับที่มีอะไรให้น่าแปลกใจเสมอ

แอดมินขอแบ่งช่วงเป็นเขาหวงซาน ต้น และ ปลายนะครับ มันยาวไปกลัวจะทำให้อุปกรณ์ที่เปิดค้างได้


Exit mobile version