ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปย่าติงปี2018(19-27/10/2018) : ครึ่งแรก เส้นทางสู่สวรรค์แห่งดวงตา (เต้าเฉิง-ย่าติง)

มณฑลเสฉวน เต้าเฉิงย่าติง ย่าติง ภูเขาสี่ดรุณี ค่ายทิเบตตันปา ซินตูเฉียว ไห่จื่อซาน

亚丁 ย่าติง หรือ ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า เต้าเฉิงย่าติง ในปีนี้ก็เป็นปีที่ 3 แล้วที่จัดกันเหมือนเป็นประเพณีเลยนะครับ โดยปีนี้จัดรถคันใหญ่ สะดวกกว่าเดิม คนเยอะจึงมีไกด์ท้องถิ่นชาวทิเบตติดไปด้วย กับเส้นทางเดิมๆ สาย G318 นะครับ


รีวิว : ทริปเต้าเฉิงย่าติงปี 2016
รีวิว : ทริปเต้าเฉิงย่าติงปี 2017
บทความเกี่ยวกับ : เต้าเฉิงย่าติง 


ดยปีนี้รับสมาชิกเป็น 2 รอบครับ บินสองสายการบินไล่เลี่ยกัน โดยสมาชิกรอบแรกสายการบินเครื่องบินพัง ดีเลย์ไปสบายๆ 14 ชั่วโมงครับ งานนี้ลำบากเลย ทริปในวันแรกที่วางแผนไว้คือ “พระใหญ่เล่อซาน-乐山大佛” แบบแปลก จึงไม่ได้ไป แต่มีรูปของกลุ่ม 2 ที่ไปมานะครับ

เอาภาพสมาชิกมาแค่นี้นะครับ จริงๆ มีอีกเยอะงดงามมาก

วันที่ 2 ของการเดินทาง : พวกเรารวมตัวกันที่หน้าโรงแรม เวลาประมาณ 6.00 น. เพื่อรอการออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง “เมืองรื่อหลง” ที่ตั้งของอุทยานสี่ดรุณี นั่นเอง

ตรงข้ามโรงแรมเป็นคาร์ฟูเลยจ้า
จุดพักล้างรถเข้าห้องส้วม

ซึ่งใช้เวลาต่ำๆ ในการเดินทางก็ประมาณ 4 ชั่วโมง นะครับ

จุดพักถ่ายรูปก่อนถึงอุทยานสี่ดรุณี
รถแทบทุกคันต้องมาจอดเก็บวิวกันตรงนี้
รูปหมู
หนุ่มหล่อครับ

จากนั้นก็แวะกินข้าวก่อนเข้าไปในอุทยานสี่ดรุณีตามระเบียบนะครับ
ต้องรีบทำเวลาจะได้มีเวลาอยู่ในอุทยานกัน นานๆๆๆ

ด้านในสุด ซึ่งห่างจากทางเข้าประมาณ 20 กม.

ซึ่งจุดท่องเที่ยวด้านในจะมีจุดแวะจอดประมาณ 5-6 จุด ถ้าไม่ใช่สายเดินลงนะครับ

งดงามตามสภาพ
สันเขา

จากนั้นก็ค่อยๆ ทะยอยลงมาทีละชั้นทีละชั้น

จุดตรงนี้เรียกว่ายอดโปตาลา

จุดด่านล่าง จะมองเห็นด้านบนมีหิมะตกละครับ

พอเราลงมาได้สักครึ่งทางก็ต้องเผ่นกันลงมาละครับเพราะด้านบนหิมะลงหนักแล้ว

ภาพมุมสูงจากโดรนครับ ต้นไม้สีสันสดใสเลย
สวยไปอีกแบบ
น้ำสีสวยมากๆครับ
ภาพจากจุดแรกที่เพิ่งขึ้นไปถึง

หลังจากกลับลงมาถึงด้านล่างประมาณ 17.00 น. เรายังต้องนั่งรถไปอีกกว่าจะถึงตันปา และ เข้าไปยังตัวค่ายทิเบตตันปา ก็เป็นเวลา 20.30 น. กันแล้วนะครับเรียกว่ามืดจนมองไม่เห็นวิวด้านข้างกันเลยทีเดียว


วันที่ 3 ของการเดินทาง เช้านี้เราตื่นมาท่ามกลางหุบเขารายล้อม มีเวลาให้เราอู้เดินเล่นกันท่ามกลางหัวใจแห่งขุนเขากัน จนถึงเที่ยงเลยทีเดียว แต่เมื่อเรากินข้าวกลางวันเสร็จ ก็ต้องรีบออกเพราะถนนมีเวลาปิดเปิดนะครับ

ภาพค่ายทิเบตจากมุมสูงๆครับ
บริเวณด้านข้างก็คือสายน้ำที่มาจากภูเขาน้ำแข็งนั่นเอง
จะเรียกกว่าค่ายได้ต้องมีบ้านอยู่มากกว่า 100 หลังคาเรือน
มุมนี้สูงมากนะครับ
โดยรอบๆ ค่ายแห่งนี้มีภูเขาสูงทะลุขึ้นไปถึงแนวเมฆเลย
ภาพเก็บแบบรวมๆกว้างๆครับ

เช้านี้แอดมินโครตขี้เกียจ ตื่นมาเสร็จก็ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าที่พัก ใช้โดรนตัวจิ๋วบินดูรอบๆครับ

โดยในช่วงบ่ายเราไม่มีเวลาแวะหยุดกลางทางบ่อยนัก เพราะต้องรีบทำเวลาก่อนถนนปิด จึงไม่ได้ถ่ายภาพยอดเขาก้งกา เลย

หึหึหึ!
Yeah!

สถานที่ต่อไปที่เราจะผ่านก็คือวัดถ่ากง และ ทุ่งหญ้าถ่ากง(ปีนี้เก็บเงินซะละ)

วัดถ่ากง อันมีประวัติมายาวนาน ว่าสมัยก่อนจะสร้างวัดที่ไหนต้องแบบว่าเครื่องเสี่ยงทายหยุดอยู่ตรงนี้นะไม่ไปไหนแล้วจึงเริ่มการสร้างวัด
ตัววัดหลักที่มีพระธาตุจะอยู่ตึกเล็กด้านข้างนะครับ
ห้องพักลามะ
ชาวทิเบตผู้มีจิตศรัทธา
สต๊าฟผู้เป็นภาระ

และในเย็นวันที่ 3 ของการเดินทางพวกเราพักกันที่ซินตูเฉียวนะครับ

คุณคิ้วและคุณแม่ครับ

ก่อนถึงเมืองซินตูเฉียว จะมีแนวหินที่มีตัวอักษรเขียนไว้บนก้อนหินทุกๆ ก้อนเลยครับ


ในวันที่ 4 ของการเดินทาง วันนี้เราจะต้องเดินทางไปให้ถึงเมืองเต้าเฉิงกันแล้วนะครับ วันนี้ถ้าเราออกกันสายเราก็จะถึงที่พักมืดเลยนะครับ

จุดชมวิวก่อนถึง “เมืองหลี่ถาง”
จุดชมวิว “ทู่เอ่อซาน” คล้ายกระต่ายไหมครับ หัวกระต่ายอยู่ด้านซ้าย

และเมื่อเข้าใกล้ๆ เต้าเฉิงก็จะเจอแนวหิน “ไห่จื่อซาน” เนื่องจากสมัยก่อนบริเวณนี้เป็นแนวธารน้ำแข็งนะครับ

ไห่จื่อซาน เจ้าเก่า
กองหินนี่ปีนได้นะครับ

อันดับต่อมา ทุ่งหญ้าสีแดง อันสดใส

มุมเดิมกับปีก่อนเลย ภาพอย่างกับก๊อปมา
มีนายแบบ คนใหม่

อันสุดท้ายก่อนเข้าเต้าเฉิง ก็คือสถูปขาว สดใสมี สถูป 108 อันนะจ๊ะ

มุมแสงส่อง
มุมหลังแสง

ไปรออ่านรีวิวแบบย่อๆ กันในตอนหน้านะครับ


Exit mobile version