ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปย่าติงครั้งที่2(20-29/10/2017)ตอนที่4:เส้นทางหลวง318สู่เมืองคังติ้ง(康定)-สะพานหลู่ติ้ง(泸定桥)-เฉิงตู(成都)

คังติ้ง, เต้าเฉิงย่าติง, ย่าติง, ซินตูเฉียว, เขาเจ๋อตัวซาน, สะพานหลู่ติ้ง, เล่าเรื่องหลังทริป, เล่าเรื่องต่างแดน, เฉิงตู, จิ๋นหลี่, มณฑลเสฉวน, ท่องเที่ยวจีน, 折多山, 康定, 泸定桥, 锦里

康定 เมืองคังติ้ง ถือเป็นเมืองทางผ่านที่เหล่านักเดินทางล้วนต้องมาแวะเวียน (ปัจจุบันมีท่ารถใหม่ที่ใหญ่กว่าสมัยก่อนเยอะมากเลยครับ) ใครจะไปลาลุงกา(สถาบันสงฆ์) ก็ต้องมาเปลี่ยนรถที่เมืองนี้ และที่สำคัญ ก่อนถึงเมืองในหุบเขาคังติ้ง แห่งนี้เรายังต้องผ่านภูเขาที่สูงมากแห่งหนึ่งนั่นก็คือ “เขาเจ๋อตัวซาน(折多山)” ซึ่งสูงกว่า 4000 เมตร และหิมะตกอยู่เป็นประจำ


ในเช้าวันที่เราจะลาจาก “เมืองเต้าเฉิง” แห่งนี้(หลายๆคนคงยังคิดถึงย่าติงอยู่เป็นแน่) พวกเราออกเดินทางกันตั้งแต่ 7.30 น. เพราะว่า เราไม่รู้ว่าระหว่างทางจะมีรถติดหรือถนนถูกปิดเพราะอุบัติเหตุหรือไม่ และ ที่สำคัญคือถ้าไปถึงเย็น ถนนบริเวณ “เจ๋อตัวซาน” ก่อนถึงคังติ้งจะไปได้ลำบากมากเพราะถนนโดนน้ำแข็งจับตัวจนลื่น วันนี้ทั้งวันกับวิวสวยๆ และระยะทางกว่า 400 กม. ก็ได้เริ่มออกเดินทางกันแล้ว

เมื่อออกจากเต้าเฉิงมาได้สักระยะหนึ่ง ซึ่งเลยทางแยกที่จะไปสนามบินแล้ว

สิ่งแรกในวันนี้ที่ทำให้พวกเราประทับใจ

รถจึงจอดลงข้างทางให้พวกเราได้รีแล็ค กันเบาๆ
แม่คนิ้งงงงง หรือหิมะตก

พื้นที่ราบสูงในบริเวณนี้ถูกปกคลุมด้วยสีขาว จนเกือบเวลาเที่ยงวัน

แม้แดดเริ่มแรง แต่หิมะที่ปกคลุมผิวดินก็ยังไม่ละลาย
บริเวณนี้ก็ยังสูงประมาณ 4000 เมตร แต่ทุกๆคนก็ยังดูกระปรี้กระเปร่า
รอยเท้าแอดมินเองจ๊ะ…..

ในพื้นที่ก่อนที่จะถึง เมืองหลี่ถาง นั้นจะมีกลุ่มหมอกมาแบบมืดฟ้ามัวดินมาเลย

พื้นที่บริเวณหลี่ถาง

แต่พอเราถึงบริเวณเมืองหลี่ถางเท่านั้นหิมะพลันหายไปหมด เหลือแต่กลุ่มเมฆหมอกอันน่ากลัว

บริเวณ “ค่าจื่อลาซาน” ก่อนถึงซินตูเฉียวก็เป็นอีกจุดที่มีความสูงมากจนหิมะปกคลุม

และเมื่อพวกเราได้เดินทางมาจนเลย “เนินเขาค่าจื่อลาซาน” แล้วนั้น ก็จะเป็นทางเดิมๆ แต่เมื่อเราก้าวข้ามซินตูเฉียว และได้ผ่านเส้นทางขากลับที่ตอนมาพวกเราไม่ได้มาทางเส้นนั้นแล้วก็จะพบกับบรรยากาศที่สุดแสนประทับใจก่อนที่เราจะเข้าพื้นที่ของคังติ้ง

ผืนป่าทั้งผืนโดนความเย็นเข้าปกคลุมจนเป็นสีขาวนวลๆ
ป่าแถบนี้ตลอดทั้งแถบได้ปกคลุมไปด้วยสีขาว

และบริเวณนี้ก็คือจุดที่ไม่ห่างจาก “เขาเจ๋อตัวซาน” เท่าไหร่แล้ว

เมื่อมองจากมุมบน ลงไปข้างล่าง
ถ้าฟ้าเปิด แสงส่องลงมาได้คงจะยิ่งงดงามยิ่งกว่านี้
สมาชิกแทบทุกท่านไม่กลัวความหนาว ลงมาถ่ายรูปกันจนลืมเวลาไปเลยครับ

เมื่อเราผ่านจุดนี้ไปแล้วจุดด้านหน้าก็คือ “เนินเขาเจ๋อตัวซาน” ประตูสู่ “เมืองคังติ้ง”

ถนนมุ่งตรงสู่ภูเขาหิมะ
บนภูเขามีการเขียนตัวอักษรว่า “คังติ้งฉิงเกอ”

ซึ่งบริเวณนี้คนท้องที่ก็เรียกรวมๆ ว่า “คังติ้งฉิงเกอ-康定情歌” บทเพลงแห่งความรักแห่งคังติ้ง

เขาเจ๋อตัวซาน ในระดับความสูงกว่า 4000 เมตร

จุดถ่ายรูปสวยๆ คือจุดปลายของเส้นทาง และนับจากบริเวณนี้ไปเราก็จะไม่ได้สัมผัสกับความสูงเกิน 4000 เมตรกันแล้วนะครับ

บริเวณตีนทางขึ้นนั้น มีความสุงที่ 4298 เมตร

ทางเดินขึ้นนั้นลื่นจนแทบต้องคลานขึ้นไป

เมื่อขึ้นมาถึงยอด วิวที่มองเห็นก็จะต่างออกไปและนะครับ
บางคนขึ้นมาแล้วก็อย่างกับไหว้เจ้ากันเลยครับ
ลองเปลี่ยนมุมถ่ายกันบ้าง
ด้านบนจะมีจุดถ่ายรูปสวยๆ สองจุดใหญ่ๆ ด้วยกันครับ มาแล้วต้องขึ้นไปให้ถึงนะครับ

บริเวณตัวเมืองคังติ้งซึ่งเป็นเมืองใหม่ แอดมินก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาอีกขออภัยมากๆครับ


ในการเดินทางช่วงสุดท้ายของทริปนี้ จะเป็นช่วงการเดินทางจาก “เมืองคังติ้ง” ไป “เมืองเฉิงตู” โดยเราจะผ่าน สะพานหลู่ติ้ง แห่ง เมืองหลู่ติ้ง ซึ่งสะพานนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสะพานฮ่องเต้ เนื่องจากเป็นสะพานแขวนเหล็กแห่งแรกของประเทศจีนซึ่ง ฮ่องเต้คังซี ทรงโปรดให้สร้าง และ ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน “เหมาเจ๋อตุง” ก็เคยเดินทางมาเดินข้ามสะพานแห่งนี้ (ปัจจุบันที่เปิดให้คนเดินเข้าชมเป็นของก๊อปเกรดเอจ๊ะ ของแท้ปิดไม่ให้เข้านะจ๊ะ)

ตลาดแอปเปิ้ลก่อนถึงสะพานหลู่ติ้ง

สดถูกเหมือนได้ฟรี แต่ปลอดสารพิษไหม ไม่รู้นะ!

สะพานหลู่ติ้งคือสะพานที่เชื่อมต่อสถานที่สองฝั่งริมน้ำนี้เข้าด้วยกัน
เรามาถึงกันแต่เช้าตรู่ คนยังน้อยอยู่
พวกพี่ๆ ในทริปคึกคัก ร่าเริงกันเชียวนะครับ จะได้กลับบ้านกันแว้วววว
บริเวณฝั่งทางที่นักท่องเที่ยวเข้ามา จะเป็นวัดนะครับ

เมื่อเราจากลาจุดนี้ไปเมืองก่อนเข้าเฉิงตูที่เราจะแวะไปรับประทานอาหารกลางวันกันก็จะเป็นเมืองหย่าอันครับ

แม่น้ำใหญ่ที่ทอดผ่านเมืองหย่าอัน

หลังจากที่พวกเราได้เดินทางมาถึงยังเมืองเฉิงตูแล้ว สถานที่พักก็คือถนนใกล้ๆ กับถนนคนเดินหรือที่เรียกกันว่า “จิ๋นหลี่-锦鲤” ซึ่งมีทั้งของกินของขาย จุดถ่ายรูป และสุสานเล่าปี่ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ตำนานสามก๊กไปแล้ว ค่าเข้าก็ประมาณไม่เกิน 80 หยวน นะครับ อยู่ติดกับจิ๋นหลี่เลย

พวกเราเข้าไปกันช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. คนยังไม่พลุกพล่าน

ของฝากยอดฮิตก็คงจะหนีไม่พ้นตุ๊กตากดเปลี่ยนหน้านะครับ

วัยรุ่นสองคนแสดงโชว์แต่งกายเลียนแบบหุ่นทองแดง
ของฝากยอดฮิต สิ่งของรูปร่างหมีแพนด้าจ้าาาา
มุมของกิน มีเยอะมากแต่ราคาก็แรงไม่เบา

ของกินต่างๆ ราคาแรงมากครับ สมัยก่อนปลาหมึกไม้ละ 15 หยวน ตอนนี้เป็น 20 หยวนเข้าไปแล้ว

แพนด้าที่ผอมเพรียวที่สุดในเฉิงตู

และด้านหลังจิ๋นหลี่จะเป็นสวนสาธารณะที่จะมีหลุมศพจอมพลที่มาประจำเมืองเฉิงตู และมีการจัดนิทรรศการตามฤดู

ตุ๊กตาแสนน่ารักด้านหลังจิ๋นหลี่ สามพี่น้องร่วมสาบานในป่าดอกท้อ
เมืองแห่งโชว์เปลี่ยนหน้ากาก ฉะนั้นก็ต้องมีหน้ากากเป็นเครื่องประดับกันอยู่บ้างละ
น้องสามเตียวหุย ดูท่าทางเหมือนโกรธใครมา
จิวยี่สุดหล่อ กับภรรยาจ๊ะ

เราสามารถอ้อมไปออกอีกทางได้นะครับ ซึ่งจะเป็นบรรยากาศแบบสวนเดินเล่นแต่ก็สวยงามไปอีกแบบ

มีซุ้มประตูก่อนออกจากจิ๋นหลี่
ลักษณะการก่อสร้างแบบโบราณซุ้มประตูจะมี 2-3 ชั้นด้วยกัน

และในวันรุ่งขึ้นช่วงบ่ายๆ พวกเราก็เดินทางกลับจากเฉิงตู มายัง กรุงเทพกันแล้วครับ บ๊ายบายเสฉวน !!!


Exit mobile version