ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปย่าติงครั้งที่2(20-29/10/2017)ตอนที่3:ตามหาขอบฟ้าที่ย่าติง(亚丁)

เต้าเฉิงย่าติง, ย่าติง, ทะเลสาบไข่มุก, ทะเลสาบน้ำนม, เซียนหน่ายรื่อ, เล่าเรื่องต่างแดน, เล่าเรื่องหลังทริป, มณฑลเสฉวน, ท่องเที่ยวจีน, ย่าติง, ท่องเที่ยวย่าติง, รีวิวย่าติง

亚丁 ย่าติง หรือเรียกเต็มๆ ว่าเต้าเฉิงย่าติง เป็นสถานที่ได้ขึ้นว่าแชงกรีล่าที่แท้จริง ข้อมูลลึกๆ ไปตามหาอ่านได้ในเว็บผมนะครับ ฉะนั้นไม่ต้องบรรยายถึงความสวยงามอะไรมาก แต่ในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คงจะเป็นสะดวกขึ้นมาก ข้อเสียก็คือความงามของธรรมชาติได้ลดหายลงไปเยอะพอสมควร และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ผมมาเยือนกับสมาชิกนะครับ ปัจจุบันปี 2017 จุดขายตั๋วได้ย้ายไปที่สร้างใหม่สวย และใหญ่กว่าเดิมมากมายเลย


ในเช้าตรู่ตั้งแต่เวลา 7.30 น. พวกเรากได้ออกจากเต้าเฉิง มุ่งหน้าไปยังย่าติง ซึ่ง ย่าติงอยู่ห่างจากเต้าเฉิงอีกเป็นระยะทางกว่า 80 กม.เลยทีเดียว กว่าเราจะไปถึงเวลาก็ประมาณ 9.00 น. แล้ว ซึ่งในครั้งนี้เราจะอยู่ด้านในแค่ 2 คืนเท่านั้น คนที่คิดว่าร่างกายไม่ไหวก็จะพักกันที่หมู่บ้านแชงกรีล่า ซึ่งมีความสูงระดับน้ำทะเลแค่ 2900 เมตรเท่านั้น สำหรับชาวไทยแล้วถือว่าไม่มีปัญหาครับ

จุดชมวิวจุดแรกที่รถอุทยานจะจอดให้ถ่าย
หมู่บ้านที่เราเห็นคือหมู่บ้านย่าติง

ที่ซึ่งเห็นอยู่นั่นคือหมู่บ้านย่าติง ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าอุทยานแค่ 4 กม. เท่านั้นเองครับ และเป็นจุดเดียวที่รถอุทยานจอดให้เราถ่ายรูป

พอเราเข้าถึงที่พัก บริเวณหมู่บ้านย่าติงซึ่งจะมีจุดจอดรถ 2,3,4 สะดวกสุดคือ จุด 2 แต่จุด 4 จะมีจุดเทรคกิ้งอันใหม่นะครับ ตรงนี้ไม่ขอบอกเยอะลองไปเดินด้วยขาตัวเองดีกว่าครับ สักพักเราก็ได้เวลาเข้าไปลุยกันข้างในแล้ว ตรงนี้จะขอตัดผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะได้เคยเขียนแบบละเอียดสุดๆไปแล้วครับ <<รีวิวทริปเต้าเฉิงย่าติง>> จะไปขอพูดในช่วงทางเดินจาก “ทุ่งหญ้ารั่วหลง” เลยนะครับ ซึ่งในอีกวันถึงจะเดินทางไป “ทะเลสาบไข่มุก กับ เซียนหน่ายรื่อ”

ปลายทางที่เห็นคือ “ยางไม่หย่ง”

ระยะทางเดินไปถึงทะเลสาบน้ำนม หรือ ตีนเขายางไม่หย่งนั้น ก็ประมาณ 4.5 กม. ระยะ google นะครับ 

ทุ่งญ้าในย่าติงปัจจุบันไม่อนุญาตินักท่องเที่ยวลงไปเดินเล่นแล้วนะครับ

นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในย่าติง วันละ หลายพันคน ถ้าลงไปช่วยกันเหยียบคนละทีสองทีต้นหญ้าตายหมดครับ

ตามรายทางจะมีชนเผ่าสลิ่มที่ไม่ฟังข้อห้ามอยู่บ้างแต่ไม่เยอะดั่งเช่นในภาพ คือมองไปไม่มีลงไปเดินและครับ

แต่ที่แอดมินเศร้าใจที่สุดคือ ดันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย 5 คน(ไม่ขอเอ่ยนามเผอิญได้ข้อมูลมาครบเลย) ซึ่งแอดมินตะโกน(ด่า)ไปแล้วก็ยังทำไม่สนใจมุดรั้ว(ย้ำว่ามีที่กั้น)เข้าไปซึ่งเป็นอะไรที่น่าอับอายมากครับในฐานะคนไทย อย่าไปทำแบบนั้นกันนะครับ

ตามรายทางที่เราจะเข้าไปบรรยากาศเริ่มน่าสนใจไปเรื่อยๆ
เมื่อได้ไปได้สักพักหันหลังมองกลับไปยังค่ายพักแรม ก็ไกลพอสมควรแล้วครับ
ทางเดินนับวันยิ่งทำมาดีขึ้นเรื่อยๆ

ในปีนี้นักท่องเที่ยวเยอะกว่าปีที่แล้วทำให้ไม่เห็นฝูงจามรีน้อยวิ่งเล่นทั่วทุ่งหญ้าดั่งปีก่อนเลย

กลายเป็นกวางหรือแพะมาแทนซะงั้น
ตัวอะไรก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกัน
อาเสี่ยซัวเถาจากตอนแรกๆก็ยังตามเรามานะครับ 哈哈哈
ทางเดินเข้าไปยังทะเลสาบน้ำนม ยิ่งเข้าไปก็ยิ่งลำบากนะครับ

คิดง่ายๆ จะมีสามเนินชันๆ ชันมากๆ ต้องพิชิตครับ

พอเห็นวิวแบบนี้ก็แสดงว่าใกล้ถึงจุดหมายเข้าไปแล้วนะครับ

แต่เมื่อทุกท่านเดินทางมาจนถึงทะเลสาบน้ำนมแล้ว ความเหนื่อยล้าทั้งสิ้นจะหายไป จะมีความสิ้นหวังมาแทนที่(เน้นฮา)ว่าเราต้องเดินกลับระยะทางเท่านี้ครับ 

น้ำที่ละลายจากน้ำแข็งบนภูเขาลงมา แต่ที่น่าแปลกใจคือเฉพาะจุดนี้ที่มีสีสันสวยงามครับ

ความสวยงามแห่งธรรมชาติ มันก็อยู่ที่มุมมองของนักท่องเที่ยว หลายๆ คนอาจมองว่าสวย หลายๆ คนอาจมองว่าธรรมดา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความรู้สึกเหล่านี้ก็จะมาเติมเต็มส่วนลึกของจิตใจทุกๆ ท่านครับ

จุดหมายปลายทางของเหล่านักเดินทางที่มุ่งหวังเข้ามาในย่าติง บ้างสมหวัง บ้างผิดหวัง

ถ้าเราสังเกตกันจะพบว่าน้ำพอไหลออกไปจากแอ่งน้ำแห่งนี้แล้ว สีของน้ำก็จะเปลี่ยนไปทันที อาจเป็นเพราะว่าพื้นดินบริเวณนี้มีสีที่มีความพิเศษกว่าจุดอื่นก็เป็นได้

พื้นน้ำที่มีความใสมาก เมื่อแสงแดดตกกระทบสีที่เรามองเห็นก็จะเปลี่ยนไป
สมาชิกทริปที่เดินมาถึงไม่ขอบอกนะครับ ไว้ค่อยมาซ๋อมใหม่ปีหน้า
ก็ถ่ายมาสักหน่อย รูปคนคู่กับทะเลสาบ
ห้องพักดูดีมากเลยนะครับ ทำไมมันดีจัง ทำไมมันดีกว่าคนอื่น!

ในคืนที่หมู่บ้านย่าติงนี้ ห้องพักมีอ๊อกซิเจนให้ด้วยครับแต่ไม่ฟรีนะครับ ซึ่งในอีกวันหนึ่งเราจะเข้าไปในด้านทะเลสาบไข่มุกกันครับเพราะมีเวลาแค่ช่วงเช้าเท่านั้นเอง


仙乃日 เซียนหน่ายรื่อ หรือภูเขาหิมะที่ อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าที่สุด ซึ่งมีคู่หูมาด้วยซึ่งก็คือทะเลสาบไข่มุกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เป็นจุดไฮไลท์ที่มีความสวยงามไม่น้อยไปกว่าทะเลสาบน้ำนมเลยทีเดียว และการเดินทางก็สะดวกกว่าด้วย ซึ่งระหว่างทางเราจะผ่านวัดเก่าแก่ใน ย่าติง ซึ่งก็คือ “วัดชงกู่-冲古寺” ซึ่งความเป็นมาก็คือวัดที่สร้างโดยพระอรหันต์ ในสมัยโบราณครับ!

รูปวาดพระโพธิสัตว์บริเวณทางเข้าที่เป็นทางเดินระเบียงครับ

โดยปกติทางเข้าจะมีทางซ้ายและขวา ทางซ้ายจะใกล้กว่า แต่เป็นเนินเขา ส่วนทางขวาจะเป็นทางระเบียงมีขั้นบันได ซึ่งจะมุ่งตรงไปทางที่จะไปทะเลสาบไข่มุก และ วัดชงกู่ กันเลยครับ

กองหินแม่ลูก ก็ยังคงอยู่ที่เดิมครับ
วัดชงกู่ ที่มองจากไกลๆ

ในการมาครั้งนี้ไม่มีภาพด้านในวัดให้ดูนะครับ เพราะสมาชิกเยอะ แอดมินต้องวิ่งไปวิ่งมา ภาพอยู่ในรีวิวปีก่อนนะครับ

เมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง พอเลยวัดชงกู่ไปแล้ว ก็จะเห็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์รอคอยเราแล้ว

ระยะทางจากปากทางเข้าไปถึงทะเลสาบไข่มุกก็ประมาณ 1.5 กม.เองครับ

ทางเดินแบบระเบียงไม้ได้มีการทำใหม่และเส้นทางเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ซึ่งในปีนี้เส้นทางที่จะผ่านสถูปกองหินนั้นได้เปลี่ยนไปเป็นเดินเข้าไปถึงตัวทะเลสาบเลยนะครับ ความขลังเปลี่ยนไปซะและ

เมื่อมาถึงไว คนก็จะไม่มาแย่งกันถ่ายรูปนะจ๊ะ
ถ้าแสงดีๆ จะมีภูเขาหิมะสะท้อนอยู่บนน้ำเลย

เกร็ดความรู้:ภูเขาหิมะเรียกว่า “เซียนหน่ายรื่อ(仙乃日)” เป็น 1 ใน 3 ภูเขาหิมะศักดิ์สิทธิ์ของย่าติง
เกร็ดความรู้2:ทะเลสาบไข่มุกที่อยู่คู่กันมีชื่อเรียกเป็นชื่อเทพสตรีของชาวธิเบตว่า “จั๋วหม่าลาชั่ว(卓玛拉错)”

พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์มีสถูปเล็กๆ
บริเวณด้านหลังของจุดถ่ายรูป เราสามารถเดินวนไปได้ครับ
เมื่อมองจากจุดไกลๆ ลงไป

แอดมิน นั่งรอประมาณ 1 ชม.จนในที่สุดก็เห็นสมาชิกทริปค่อยๆ เดินขึ้นมากัน แต่ขึ้นมากันไม่ครบ “เสี่ยซัวเถา” ของเราหายไปกลางทางแม้จะวิ่งลงไปตามก็ไม่ทันซะแล้ว เฮียแกลงไปไกลเกินที่จะไปตามซะและ!

ภาพนี้ไม่ขอบอกว่าใครนะครับ หึหึ!

ขอบคุณ คุณต้น กับ คุณลี มากครับ

เด็กอาเฮียแก เดินขึ้นมาถึงด้วย!

ขออภัยแอดมินถ่ายรูปมาน้อยมากครับ หลังจากนั้นเวลาบ่ายโมง เราก็ลงไป ณ ที่พักเพื่อรวมตัวกันกับทุกคน และก็ลงยาวไปยังประตูทางออก เพื่อจะขึ้นรถกลับไปยังที่พัก บริเวณ สถูปสีขาวนั่นละครับ

ขากลับเราแวะถ่ายรูปที่ป่าสน(สักชนิดนั่นละ)สักแปป ซึ่งบรรยากาศจะงั้นๆ และถ้าเปรียบเทียบกับที่เราไปเห็นมา

ใบมันเริ่มร่วงโรยเกือบหมดแล้วครับ
ห้องอาหาร ซึ่งพวกเรามีนัดกันในเวลา 18.00 น.
ใครว่างๆก็เดินไปถ่ายรูปได้นะครับ แค่เดินข้ามสะพานไปก็ถึงแล้ว
ถนนหน้าที่พัก โล่งเชียว

ในตอนหน้าก็คือตอนจบแล้วนะครับ เราจะมุ่งหน้าไปที่เมืองคังติ้ง แล้วจะวิ่งตรงกลับไปที่เฉิงตูเพื่อกลับไทย การผจญภัย และ การเดินทางของพวกเราในทริปนี้ก็ใกล้จะจบลงไปแล้วนะครับ


Exit mobile version