ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปย่าติงครั้งที่2(20-29/10/2017)ตอนที่1:โลกสีขาวที่ภูเขาสี่ดรุณี(四姑娘山)-ค่ายทิเบตเมืองตันปา(甲居藏寨丹巴)

มณฑลเสฉวน ย่าติง เฉิงตู เขาสี่ดรุณี ตันปา ค่ายทิเบต

亚丁 ชื่อนี้คนไทยในปัจจุบันจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ไม่เหมือนเมื่อ 12 ปีก่อนที่ถือว่าเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่เข้าถึงได้ยากมาก ปัจจุบันสนามบินก็มีแล้ว การคมนาคมก็สะดวกสบาย ปัญหาจะมีก็อย่างเดียวคือ ร่างกายของเรานั่นเอง โดยในปีนี้ตัวผมได้มีโอกาศกลับไปเยือนสถานที่นี้อีกครั้งแต่ แค่เปลี่ยนเส้นทางจากทางอากาศ ไปเป็นทางบกผ่านเส้นทางสุดสวย ถนนหลวงสาย 318(ขากลับ) ขาไปก็ผ่านสายที่ชาวบ้านไม่ค่อยไปกัน งวดนี้จะได้เจอกันขอบฟ้าที่หายไปหรือไม่ ค่อยๆอ่านกันไปนะครับ บ่นไม่เยอะหลอกครับ <<<รีวิวย่าติงปี 2016 : คลิกเบาๆ!>>>

เฉิงตูช่วงเดือนสิบ 10 ท้องฟ้าจะมีเมฆปกคลุมตลอดเวลา แดดจะไม่ค่อยมีแล้วครับ

成都 มหานครเฉิงตู อดีตเมืองหลวงแห่งจ๊กก๊กของเล่าปี่ คือจุดหมายแรกที่พวกเรามาเยือน เรามาถึงเมืองนี้ ในเช้าตรู่เวลา 1.00 น.ของวันที่ 21 ตุลาคม 2017 รอรถที่นัดมารับกว่าจะถึงที่พักก็ปาเข้าไปเวลา 2.30 น. เมื่อจัดแจงเวลาเจอกันในวันรุ่งขึ้นเสร็จเรียบร้อย (หลายๆท่านจะไปชมหมีแพนด้า ตื่นมาแหลกต้นหญ้าในช่วงเช้ากัน แต่แอดมินขอนอนเยอะๆดีกว่า) ก็มารวมตัวกินข้าวกันในช่วงเวลาประมาณเที่ยงวันของที่ 21 ตุลาคม ในวันแรกเป้าหมายเราคือพักผ่อนครับ บริเวณที่พักไม่ไกลนักประมาณ 1.5 กม. จะมีตรอกคนเดินที่คนจีนเรียกว่า “ควานไจ้เซี่ยง-ซอยเล็กใหญ่(宽窄巷)”

หลังจากกินข้าวกลางวันใครจะนอนก็นอน ใครจะออกแรงเดินมาก็มา
ในป้ายจะมีทั้ง ตรอกเล็ก ตรอกใหญ่ ซอยบ่อน้ำ เอาที่สบายใจกันเลยครับ
แต่ไม่ว่าตรอกไหนๆ คนก็ไม่น้อยนะครับ
มีร้านรวง ต่างๆนาๆ เต็มไปหมด

สิ่งที่ขึ้นชื่อบริเวณนี้มากที่สุดก็คือร้านน้ำชาครับ เพราะมันแพง คนมากินได้ก็ดูว่ามีเงินไงครับ!

เผอิญแอดมินไม่ค่อยจะมีเงินเลยชมหมีแพนด้าแล้วก็จากไป

ในคืนแรกนั้นเวลาเหลือเยอะหน่อย เลยจัดสุกี้มื้อใหญ่ กินไปเรื่อยๆ จนอิ่มแต่อย่าเหลือเสียดายของ ผมก็ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาเยอะด้วยสิ เลยขอเอารูปของกินรวมๆ ลงมานะครับ

ภาพของกินโดยสมาชิกในทริปครับ

ส่วนที่พักโดยรวมแล้วทุกท่านบอกว่าดีมว้ากกก!

มีฮีตเตอร์ทุกโรงแรมเลยครับ

四姑娘山 หรือ ภูเขาสี่ดรุณีนั้นก็คือ เป้าหมายถัดไปในการเดินทางของเรา ในเช้าวันที่ 2 ของการเดินทางนั้น พวกเราออกกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า คือไม่รอกินข้าวเช้าของโรงแรมแล้ว ลุยเลยเตรียมเสบียงด่วน โดยเราจะผ่านพื้นที่บ้านเกิดของ “ขงเบ้ง และ แหล่งอนุรักษ์หมีแพนด้า” “ว้อหลง/卧龙” แต่ว่า พื้นที่บริเวณ ภูเขาสี่ดรุณีนั้นใหญ่มาก เราคงเที่ยวไม่หมดก็ขอแวะแค่ “ธารน้ำซวงเฉียวโกว-双桥沟” ก่อนนะครับ ปล.ใครจะมาเองให้มาลงที่ “หมู่บ้านรื่อหลง-日隆” นะครับ ปล.พยากรณ์อากาศบอกว่า อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 14-18 องศาเซลเซียส !!!!!!!

คันตรงกลางคือรถเราครับ พักเข้าห้องน้ำบริเวณ “ว้อหลง”
ตรงตามพยากรณ์อากาศเป๊ะเลยครับ ป่าเริ่มเปลี่ยนสีที่ 18 องศาแล้ว
หลังจากนั้น หมอกที่อุณหภูมิ 14 องศาก็เริ่มปกคลุม
จนหิมะลงแบบจัดเต็ม 14 องศาประเทศไหนวะเนี่ย!

 และแล้วสองข้างทางระหว่างทางไป “หมู่บ้านรื่อหว่า” ก็เต็มไปด้วยหิมะสีขาวปกคลุมสองข้างทาง

วิวระหว่างทาง ในช่วงนี้ถนนจะลื่นมากๆเลยครับ
จุดแวะพักระหว่างทาง ส้วมสะอาดวิวสวยงาม
เหล่าคนจีนผู้ซึ่งไม่เคยเห็นหิมะเหมือนเราคนไทย จึงนำหิมะมาปาเล่นกันใหญ่เลย

โดยจุดท่องเที่ยวที่ชื่อว่า “ซวงผิงโกวแห่งภูเขาสี่ดรุณี” แห่งนี้ จะเป็นการไต่ระดับจากระดับ 2XXX เมตร ขึ้นไปจนถึงด้านบนสุดที่ 38XX เมตร หรือก็คือด้านบนจะสามารถมองเห็น ภูเขาสี่ดรุณีได้เต็มๆ สองตา แต่ทว่า วันที่พวกเราไปนั้นเป็นวันแรกที่หิมะลงพอดี อดเห็นเลย มองดูปุยนุ่นแห่งหิมะแทนไปละกันนะ

ระหว่างทางเดินไปห้องส้วมบริเวณด้านบนสุดของ “ซวงผิงโกว” ต้นไม้เริ่มถูกปกคลุมด้วยหิมะ

มองไม่เห็นภูเขาสีดรุณีแล้ว หิมะลงเยอะจัด
บริเวณจุดจอดรถขาลง เราก็ต้องลุยฝ่ามันไปสิครับ
เมื่อลงมาได้สักจุดสองจุดจะมียอดเขาแห่งหนึ่งมีชื่อไพเราะนามว่า “ยอดเขาโปตาลา” นามเดียวกับวังโปตาลา

มีอีกหลายๆจุดที่อยากจะถ่ายให้เยอะกว่านี้ แต่กล้องไม่ได้กันหิมะที่ตกลงมาใส่หน่ะสิครับ

ระหว่างทางมีอาเสี่ยทั่นหนึ่งกำลังสนุกกับการเล่น GoPro ครับ ได้ยินว่ามาจากซัวเถานะครับ

เมื่อหิมะตก ผู้คนทั้งหลายก็จะนิยมไปหลบซ่อนอยู่ใต้ต้นไม้เหมือนหลบฝนกันเหมือนกันนะครับ

กะจะมาถ่ายต้นไม้ใบไม้เปลี่ยนสี ก็ได้มาเจอวิวแปลกตาแทนเลย
ผิวน้ำเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งทีละน้อย
ภูเขาสีดรุณีนั้น พลันเปลี่ยนเป็นโลกสีขาวไปในบัดดล
จุดสุดท้ายก่อนจะกลับลงมายังประตูทางออก

และควรเตรียมตัวไปให้ดีไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นหวัดได้ง่ายๆนะครับ

เชื่อพยากรณ์อากาศครับ 18 องศา จัดเต็มลุยไปตรงๆเลย

丹巴 ตันปา เป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่มีประชากรที่อาศัยอยู่มีชาวทิเบตรวมอยู่ด้วย ซึ่งส่วนมากจะอาศัยอยู่บนภูเขากันเป็นกลุ่มๆ จนเกิดเป็นค่ายชาวทิเบต ที่ภาษาจีนเรียกว่า “เจี่ยจวีจั้งไจ้-甲居藏寨” ซึ่งถือว่าเป็นเมืองโบราณในรูปแบบหนึ่งที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ ซึ่งสภาวะแวดล้อมนั้นโอบล้อมด้วยภูเขาใหญ่ ซึ่งกว่าพวกเราจะออกจาก ภูเขาสี่ดรุณีมาถึงจุดๆนี้ได้เวลาก็ปาเข้าไป 20.30 น. แล้ว เราจึงต้องรอจนถึงพรุ่งนี้เช้าถึงจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

เมื่อตื่นเช้าออกมาเดินที่ระเบียงก็จะพบว่า สถานที่แห่งนี้มันอยู่ทางกลางหุบเขาสูงเสียดฟ้าล้อมรอบ
บริเวณที่พักก็คือบ้านค่ายทิเบตที่นำมาปรับปรุงใหม่นั่นเอง
ตามสันเขาจะมีบ้านเรียงรายกันไป
บริเวณที่พักของพวกเรา พักกันชั้น 2 ,3 ครับ
ทางเดินมีการปลูกดอกไม้เรียงราย
วัวที่นี่ไม่กินหญ้าแต่กินข้าวโพดนะครับ มาแบบหรูเลย
บริเวณจุดถ่ายรูปจุดต่างๆ จะมองไม่เห็นท้องฟ้าเลยครับ หมอกลง

ถ้าฟ้าเปิดมีแสงมากกว่านี้คงจะสวยกว่านี้มากมายเลยครับ น่าเสียดาย!

สถานที่อันเป็นที่รักแห่งมวลหุบเขา ทำให้บริเวณนี้ไม่ร้อนตลอดปีครับ

ด้านบนเป็นภูเขา
ด้านล่างเป็นแม่น้ำ
ตรงกลางคือความอุดมสมบูรณ์

ภาพนี้ขอตั้งชื่อว่า คนสามรุ่น ปล.มีเสี่ยสัวเถาตามเรามาด้วย
ในเวลาประมาณเที่ยงๆ เรากินข้าวกันเสร็จก็พร้อมจะออกเดินทางกันต่อแล้วนะครับ

Exit mobile version