ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปชิงไห่-กานซู่(8-16/7/2017) ตอนที่4:หมิงซาซาน(鸣沙山)-ด่านเจียอวี่กวน(嘉峪关)-ภูเขาสายรุ้งจางเย่ตันเสีย(张掖丹霞)

ถ้ำมั่วเกา, หมิงซาซาน, ด่านเจียอวี่กวน, ภูเขาสายรุ้งจางเย่ตันเสีย, มณฑลกานซู่

鸣沙山 หมิงซาซาน ถึงชื่อจะเป็นภูเขา แต่ตัวจริงมันกลับเป็นทะเลทรายครับ ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ตั้งอยู่บริเวณรอบๆ เมืองตุนหวง ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้สวยงามกว่าทะเลทรายทั่วไปก็คือ “月牙泉-โอเอซิสวงพระจันทร์” ซึ่งตั้งอยู่ภายในทะเลทรายแห่งนี้


แอดมินและ สมาชิกพลาดโอกาศในการเข้าชมถ้ำมั่วเกาแห่งตุนหวงไป จึงได้ไป “ถ้ำซีเชียน-西千佛洞” กันซึ่งเป็นถ้ำที่ตั้งอยู่นอกเมือง ขนาดจะเล็กกว่าถ้ำมั่วเกาเยอะ เพราะว่าเป็นจุดที่อยู่นอกตัวเมือง ในสมัยก่อนคนจึงไม่นิยมมาขุดแกะกันในบริเวณนี้สักเท่าไหร่

ถ่ายมาแค่เนี้ยครับ ที่เหลือไม่ยอมให้ถ่ายเราก็ไม่ถ่าย

และเมื่อรอจนแดดเริ่มสงบลง ประมาณ 18.00 น. เราก็จะเข้าไปในทะเลทรายหมิงซาซานกันแล้วนะครับ

จากประตูเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็เจอวิวแบบนี้แล้ว ร้อนโครตๆ

ไม่มีสมาชิกท่านใดยอมขี่อูฐกันเลยครับ ไม่ใช่เพราะกลัวแต่เพราะว่ามันร้อนครับ

มีแต่เหล่าคนจีนที่ไม่แดดครับ มั่นใจใช้ครีม SPF 99+
บางคนหันมาโชว์ด้วยนะครับว่า ไม่กล้าขึ้นหราจ๊ะ

คุณหมอทั้ง 2 มาปีนเขาทะเลทรายกันครับ

เส้นขอบฟ้า !
บริเวณใกล้ๆกับแนวเขาทะเลทรายก็จะมีโอเอซิส
โอเอซิสพระจันเสี้ยว เป็นสถานที่หนึ่งเดียวที่มีน้ำและพื้นที่สีเขียวในพื้นที่หมิงซาซานแห่งนี้
ดูแล้วเย็นสบายตายิ่งนัก

และแล้วแอดมินก็ตัดสินใจหอบสังขาร ปีนข้ามแนวสันเขาทรายขึ้นไปนะครับ(กะเก็บภาพมุมสูงๆ)

พอมองลงไปเท่านั้นละครับในคิด จะลงไปไงวะ
ตอนขึ้น ขึ้นตามบันไดลิง ตอนลง วิ่งลงสิครับ

และเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.ก็ได้เวลาที่จะเตรียมตัวออกเดินทางกลับที่พัก

พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้วครับ
รอไป 15 นาทีมันก็ยังไม่ตกเลย

และในวันถัดมาเราจะเดินทางยาว 600 กม.มุ่งหน้าสู่ทางตอนใต้ของมณฑลกานซู่ “จางเย่”ครับผม


嘉峪关 “ด่านเจียอวี่กวน” เป็นด่านกำแพงเมืองจีนที่สร้างขึ้นใหม่ในสมัยราชวงค์หมิง ซึ่งปัจจุบันถือเป็นด่านแรกสุดนับจากชายแดนนอกด่านประเทศจีน ซึ่งเป็นทางผ่านของเราในวันนี้ก็แวะกันสักหน่อยนะครับ

หน้าด่านครับ แต่ด่านเก็บเงินอยู่หน้ากว่านี้นะครับ
ด่านในด่านประตูครับ มีมุมให้แต่งตัวถ่ายรูปนะครับ(เสียเงินเพิ่ม)
กำแพงเมืองจะแบ่งเป็นชั้นๆ ใครมีแรงก็ขึ้นไปเดินบนตัวกำแพงได้เลย

มันก็จะเร่งรีบกันสักหน่อยนะครับ เพราะจุดสวยวันนี้คือที่ภูเขาสายรุ้ง

ลอดท้องช้าง!เอ้ยลอดตัวกำแพง
พอสุดทางก็ต้องนั่งรถ 10 หยวนกลับละครับ
รถสิบหยวนจะพาเราถ่ายรูปสักแปปนึง
ก่อนจากลามันก็จะได้ภาพแบบนี้ละครับผม

สรุปว่า ค่าเข้า 120 หยวนมันก็จะหมดไปแบบไว๊ไวแบบนี้ละครับ

张掖丹霞 ดินหลากสีที่จางเย่ หรือ คนไทยเรียกกันว่า “ภูเขาสายรุ้งจางเย่” ชื่อเต็มๆว่า 七彩丹霞 ก็แปลตรงๆว่า ดินหลากสีฟรุ้งฟริ้ง แบบสีสายรุ้ง มันเกิดขึ้นตามธรรมชาติจริงๆนะ (เน้นว่าจริงครับ) ดินมันทับถมกันจนมีสีแปลกๆ และหินที่นี่จะแปลกสักหน่อย มันเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิได้ ส่วนแนวเขาสีแปลกนั้นยังมีอีกหลายที่ครับ แต่ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเขาสายรุ้งก็คงจะมีเฉพาะบริเวณจางเย่ นี่ละครับ

ด่านแรกๆ จากจุดขายตั๋วเลยครับ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า สีจากกล้องผมมันดึงสีออกมาไม่ครบทุกสีครับจะกลายเป็นแดงส้มสักเป็นส่วนใหญ่

บริเวณจุดที่ 1 ที่รถจอดครับ

กับค่าเข้ารวมค่ารถประมาณ 80 หยวนต้องว่าคุ้มมหาศาลครับ
จุดที่รถจะจอดจะมีประมาณ 5 จุด จุดที่ 4 จะเป็นเป็นจุดสุดท้าย ที่สวยงามจะมี 2,4 ครับผม

พอไม่มีรถอยู่แล้วก็จะดูสวยตามธรรมชาติมากขึ้น

พอหันมองรอบๆ สีก็ก็จะไม่เหมือนกัน
และนี่ก็คือจุดที่ 2 ที่รถจะพาเราลง

แค่จุดชมวิว ที่เดียวก็ทำให้เราเดินถ่ายรูปได้เป็นชั่วโมงแล้วครับ

จุดคลาสสิคที่ลงในบัตรเข้าชมนะครับ

จริงๆ มันมีสีฟ้าด้วยนะครับ แต่กล้องดึงออกมาไม่ได้
ช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก
สีจะเปลี่ยนไปตามเวลากับแสงแดดนะครับ

เวลาที่ควรมาคือช่วงเช้า กับ เย็น หรือก็คือก่อนพระอาทิตย์ตก และ หลังพระอาทิตย์ขึ้นนิดนึง

อีกสองรูปด้านล่างเป็นรูปจากกล้องคุณบู้ ภาพสวยเลยครับผม

ภาพจากกล้องคุณบู้ครับ สีมาเต็มคนถ่ายเก่งครับ
ภาพจากกล้องคุณบู้ สีฟ้ามาจริงๆด้วยครับ

ในวันพรุ่งนี้เราก็จะกลับสู่มณฑลชิงไห่กันแล้วนะครับ


Exit mobile version