ทริปเดินทาง

รีวิว :: ทริปชิงไห่-กานซู่(8-16/7/2017) ตอนที่1:จุดเริ่มต้นเส้นทางต้าซีเป่ย(大西北):ซีหนิง(西宁市)-วัดถ่าเอ่อ(塔尔寺)-เขาสุริยันจันทรา(日月山)-ทะเลสาบชิงไห่(青海湖)

ต้าซีเป่ย มณฑลชิงไห่ เมืองซีหนิง ทะเลสาบชิงไห่ วัดถ่าเอ่อ เขาสุริยันจันทรา

大西北 “ต้าซีเป่ย” คำๆนี้เป็นคำเรียกโดยรวมของ มณฑลชิงไห่ และ มณฑลกานซู่ เป็นพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งสองมณฑลนี้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งลักษณะอากาศ และ ภูมิทัศน์  แต่โดยรวมๆแล้ว มันช่างมีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวยิ่งนัก เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงคำนี้ก็คือ สองมณฑลนี้นะครับ


โดยเส้นทางนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาในปี 2014 จากการที่มีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งมาถ่ายทำ นับจากนั้นมาตัวผมก็อยากลองไปสักครั้งจนได้ มาทำให้เป็นจริงในปี 2017 ขอบคุณสมาชิกทั้ง 11 ท่านเป็นอย่างมากครับผม โดยการเดินทางไปเริ่มที่จุดเริ่มต้นอย่างเมืองซีหนิง เมืองเอกของมณฑลชิงไห่นั้นอาจจะลำบากสักหน่อย เพราะไม่มีเส้นทางบินตรง เราต้องเปลี่ยนเครื่องที่เมืองคุนหมิง ไม่ก็เฉิงตูถึงจะไวที่สุด และเพื่อเป็นการประหยัดเวลาเดินทางเราจึงเลือกบินตอนกลางคืนครับผม

ขณะรอต่อเครื่อง 3 ชม. พี่ๆไม่มีอะไรทำกัน เลยพักผ่อนเบาๆ ครับ โดนถ่ายแบล็คเมล์เลย
ยึดสนามบินครับ โล่ง มันสร้างมาเพื่อพวกเราโดยเฉพาะ !

และเมื่อมาถึงสนามบิน “เฉาเจียเป่า-曹家堡” รถที่นัดไว้ก็มารอรับเพื่อพาพวกเราไปส่งที่ตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 45 นาทีครับผม เมืองยังไม่ค่อยเจริญเท่าไหร่แต่ก็ไม่เลวครับ

ที่พักในวันแรก เห็นแบบนี้ช่วงฤดูนี้คนเต็มนะครับผม
ฟุตบาทใหญ่กว่า ถนนครับผม

สิ่งมหัศจรรย์ที่พบเห็นไม่ได้ในบ้านเราคือ ฟุตบาทคนเดินใหญ่กว่าถนนให้รถวิ่งครับ

และเมื่อพวกเรากินข้าวกลางวันกันเสร็จก็แยกย้ายไปทำธุระ เจอกันอีกทีตอนเย็นใครง่วงก็นอน ใครมีแรงก็เดินเที่ยวรอบๆ เพราะมีลานขายของและถนนของกินครับผม “ถนนโม่เจีย-莫家街” ในช่วงเย็นๆ ว่างๆก่อนเดินทางยาว ก็เลยพาทุกคนเดินที่ๆ ทัวร์ชอบพาคนมาลงอยู่ไม่ไกลจากที่พักเลยครับ นั่นก็คือ “มัสยิดตงกวน-东关清真寺” ปล.ใกล้ๆ ก็ยังมีมัสยิดใหญ่อีกแห่งก็คือ “มัสยิดหนานกวน” นะครับ แต่ไม่ได้เดินไปครับ

บริเวณประตูด้านหน้า มัสยิดนี้เป็นมัสยิดเก่าที่มีชื่อที่สุดในเมืองซีหนิงครับ
ประตูด้านในมัสยิด ด้านในเป็นสถานที่ทำละหมาด และ มีห้องสอนศาสนา

พอเราออกจากที่นี่ละหว่างทางก็แวะกินสุกี้กันครับ เมืองนี้กินอูฐกันด้วยนะครับ

ถนนโม่เจีย จะเป็นแนวยาวไป เดินไปเรื่อยๆ จะมีลานกว้างนะครับ

ในวันที่ 2 ของการเดินทาง เราจะออกเดินทางไกลกว่า 3000 กม. กันแล้วนะครับ จุดแรกที่เราจะไปนั่นก็คือ “วัดถ่าเอ่อ-塔尔寺” เป็น 1 ใน 5 วัดใหญ่ของศาสนาพุทธแบบทิเบต ที่มีประวัติมายาวนาน และเคยมี พระอรหันต์มาพำนักอยู่ แต่ปัจจุบันดูจะเป็นแนวท่องเที่ยวไปแล้วครับ ค่าเข้าคนละ 80 หยวน เบาๆ

เจดีย์ด้านหน้าสวยงามดูมีมนต์ขลัง

เมื่อเข้าไปด้านในบริเวณด้านนอกจะถ่ายรูปได้ แต่ด้านในที่เป็นตัวอาคารที่มีพระพุทธรูปประดิษฐานนั้น ห้ามถ่าย!

ทางเดินกว้างขวาง วัดมีขนาดใหญ่มีหลายจุดให้เดินชม และ กราบไหว้

บางจุดยังพอถ่ายได้ครับ จุดไหนถ่ายได้ก็ถ่ายๆไปครับผม

บริเวณตึกใหญ่ด้านใน จะมีพระพุทธรูปที่สวยงามมากครับ

และคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจคนที่มาเขาถ่ายอะไรกัน

แอบถ่ายนักท่องเที่ยวครับ ว่าเขามาถ่ายอะไรกันที่วัดนี้
สังเกตว่านักท่องเที่ยวจีนทุกคนถ่ายเหมือนๆกันหมด

แอดมินจึงได้ข้อสรุปว่า มาวัดถ่าเอ่อ มาถ่ายอะไร
คำตอบ:มาถ่ายพนังวัด กับ ประตูหน้าต่างวัดจ๊ะ


เป้าหมายต่อไปในช่วงหมายของเราก็คือ “เขาสุริยันจันทรา” แต่ก่อนจะถึงเราได้ผ่านแนวสันเขาที่สวยงามที่มีความสูง 3800 เมตร ชื่อว่า “เขาลาจี่-拉脊山” ซึ่งบริเวณนี้ถือเป็นจุดถ่ายภาพอีกจุดกันเลยทีเดียวครับ

ปลายทางในสุดของภาพคือจุดหมายในวันนี้เขาเรา
มีค่ายทิเบตให้เข้าชมนะครับ เป็นสิ่งก่อสร้างโดดๆ 10 หยวน ด้านหลังทะลุออกไปวิวสวยมาก
นี่ละครับวิวด้านหลัง
ใกล้ๆ มีทุ่งดอกไม้บานอยู่ริมทางด้วยสิ

日月山 หรือเขาสุริยันจันทรา นั้นจริงๆแล้วในสมัยก่อน บริเวณนี้คือจุดแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศ ระหว่างเผ่านอกด่านกับ ดินแดนภาคกลาง จึงเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์อีกจุดหนึ่ง และคนในสมัยก่อนได้บูชาพระจันทร์ และ พระอาทิตย์กัน จึงมีรูปปั้นตัวแทนสิ่งที่ ผู้คนเคารพนับถือซึ่งก็คือ เจ้าแม่สุริยันจันทรา ปล.ค่าบัตร 40 หยวน นะจ๊ะ

สู่เส้นทางเดินอันไกลโพ้น
รูปปั้นเจ้าแม่ เจดีย์ด้านหลัง แสดงถึง พระจันทร์ และ พระอาทิตย์ ครับ

มาตรงนี้แล้วนึกถึง ซีรี่ย์เกาหลี “พระจันทร์ที่โอบกอดพระอาทิตย์เลยครับ (พระจันทร์ร้อนตายเลย)

เจ้าแม่ในมุมซ้าย และขวา ครับ

บริเวณด้านหลังรูปปั้นเจ้าแม่เป็นทางเดินขึ้นไปด้านหลังเขา รถไปจอดรอที่นั่นได้นะครับ

ระหว่างทางเดินขึ้นไปมีระฆังให้หมุนเล่นกันด้วยนะครับ ปล.ขอพรได้

ยอดสุริยัน และ จันทรา มียอดนึงโดนเจ้าจามรีน้อยยึดครองไปซะและครับ

น่ารักมากๆครับ เจ้าของไม่อยู่ เราเลยไปถ่ายได้โดยไม่เสียเงิน
และแล้วเราก็ต้องออกเดินทางต่อไปยังทะเลสาบชิงไห่ กันแล้วครับ

青海湖 ทะเลสาบชิงไห่ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นทะเลสาบที่สำคัญของมณฑลชิงไห่ และที่สำคัญสวยมากครับ โดยเป้าหมายของเราในวันนี้คือ เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า “เฮยหม่าเหอ-黑马河镇” สามารถตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นจากเมืองนี้ได้ครับ

ทุ่งดอกน้ำมันบริเวณรอบๆ ทะเลสาบชิงไห่ ที่เบ่งบานในเดือน 7-8
ถ้ามาในช่วงหน้าหนาว จะไม่มีดอกน้ำมันบาน แต่ภูเขาด้านหลังจะมีหิมะปกคลุมแทน

ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยว แอดมินแนะนำว่าไม่ต้องเข้าไปใน “เอ้อหลางเจี้ยน-二郎剑”  ซึ่งค่าเข้า 100 หยวนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้น หรือก็คือ สวนสาธารณะที่มีท่าเรือ ซึ่งสร้างอยู่บริเวณริมทะเลสาบชิงไห่ ซึ่งบริษัททัวร์จะต้องแวะเข้าไปทุกบริษัท โดยห้ามแวะริมทาง(ข้อตกลงกับทางรัฐบาลครับ) แอดมินแนะนำแวะริมทาง ที่ชาวบ้านทำทางในพื้นที่เพาะปลูกเข้าไปถ่ายกันได้ถึงริมทะเลสาบชิงไห่เลยครับ

ทะเลสาบชิงไห่ ที่สวยงามถ้าไม่บอก อาจคิดว่าทะเลจริงๆเลยครับ

โดยพื้นที่ที่เข้าไปนี่จะแบ่งเจ้าของไม่ใช่ว่า 10 หยวนต่อคนไปได้หมดนะครับ แต่บริเวณของพื้นที่ในแต่ละพื้นที่ ก็ถือว่าใหญ่พอสมควรเลยทีเดียวครับ

ดูแล้วคิดถึงทะเลบ้านเราเลยครับ

และแล้วการเดินทางออกจากเมืองซีหนิงในวันแรกก็จบลงแล้วครับ เพราะพักกันที่ “เมืองเฮยหม่าเหอ” ครับ


Exit mobile version